จับตา “เมลิออยด์โดสิส” โรคติดเชื้อที่ติดจากดินและน้ำ เสียชีวิตแล้ว 23 ราย เตือนกลุ่มเสี่ยงระวังอาการรุนแรง
17 เมษายน 2569
! Font Awesome Pro 6.0.0 by @fontawesome - https://fontawesome.com License - https://fontawesome.com/license (Commercial License) Copyright 2022 Fonticons, Inc.



สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 จังหวัดขอนแก่น เตือนประชาชนเฝ้าระวัง "โรคเมลิออยด์โดสิส" หลังสถานการณ์การระบาดในปี 2569 ยังคงน่ากังวล ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 16 เมษายน 2569 พบผู้ป่วยสะสมทั่วประเทศแล้ว 732 ราย และมีผู้เสียชีวิตถึง 23 ราย โรคนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัว และมีอันตรายถึงชีวิตหากรักษาไม่ทันท่วงที เชื้อโรคนี้อาศัยอยู่ในดินและน้ำ ผู้ที่ทำงานสัมผัสดินหรือน้ำโดยตรงมีความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะเกษตรกร ชาวนา ชาวไร่ ชาวสวน ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน (เสี่ยงสูงสุด), โรคไตเรื้อรัง, โรคธาลัสซีเมีย หรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง


ดร.นายแพทย์หิรัญวุฒิ แพร่คุณธรรม ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 จังหวัดขอนแก่น เปิดเผยข้อมูลสถานการณ์โรคเมลิออยด์โดสิส ในเขตสุขภาพที่ 7 พบผู้ป่วยสะสมรวม 68 ราย เสียชีวิต 2 ราย  โดยพบกลุ่มอายุที่ป่วยสูงสุดคือ 50 ปีขึ้นไป โดยระบุว่า โรคเมลิออยด์โดสิส เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ที่อยู่ในดินและน้ำ สามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านทางบาดแผล การหายใจเอาฝุ่นดิน หรือการดื่มน้ำที่มีเชื้อเข้าไป เมื่อได้รับเชื้อจะเริ่มแสดงอาการได้หลากหลายทั้งแบบเฉียบพลันรุนแรง จนถึงแบบค่อยเป็นค่อยไปและเรื้อรัง อาการแบบเฉียบพลันจะมีอาการเฉลี่ย 3 - 7 วัน ส่วนแบบเรื้อรัง จะมีอาการภายใน 2 - 3 สัปดาห์ จนเป็นเดือนหรือหลายปี กลุ่มเสี่ยงสำคัญคือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง อาทิ เบาหวาน โรคไต ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ เกษตรกรหรือผู้ที่สัมผัสดินและน้ำ ซึ่งกลุ่มนี้เมื่อป่วยติดเชื้อแล้วจะมีความเสี่ยงเกิดอาการรุนแรงและเสียชีวิตสูง 

ทั้งนี้ อาการที่ต้องรีบพบแพทย์ คือ ไข้สูงเกิน 2 วัน หายใจหอบเหนื่อย แน่นหน้าอก มีแผลบวมแดง มีหนอง หรือมีแผลติดเชื้อ ทั้งนี้ลักษณะของแผล ฝีหนองที่อาจพบได้ มีลักษณะเป็นตุ่มนูนหรือก้อนเล็ก ๆ ใต้ผิวหนัง  ลักษณะคล้ายฝีที่มีหนองอยู่ภายใน ผิวหนังบริเวณรอบ ๆ บวม แดง ร้อน และกดเจ็บ ตุ่ม ฝีอาจแตกมีหนองไหลสีขาว เหลือง หรือขุ่น บางรายเกิด หลายจุดพร้อมกัน หากเชื้อลุกลามเข้าสู่กระแสเลือดอาจเกิด ภาวะติดเชื้อรุนแรง ซึ่งเสี่ยงเสียชีวิต เพราะฉะนั้น หากมีอาการร่วม เช่น ไข้สูง หนาวสั่น อ่อนเพลียหรือมีตุ่ม ฝีหนองลักษณะดังกล่าว ควรรีบพบแพทย์ทันที และขอความร่วมมือให้หน่วยงานสาธารณสุข เร่งให้คำแนะนำประชาชนกลุ่มเสี่ยง ให้ระมัดระวังหลีกเลี่ยงการสัมผัสดินและน้ำ สวมอุปกรณ์ป้องกัน เช่น รองเท้าบูทและถุงมือ พร้อมย้ำว่าหากมีอาการไข้สูงเกิน 2 วัน และมีประวัติเสี่ยงให้รีบไปรับการรักษาที่สถานพยาบาลอย่างรวดเร็ว 


"โรคเมลิออยด์ รักษาหายได้ถ้ามาเร็ว... อย่าปล่อยให้ไข้สูงเกิน 2 วัน หรือฝีหนองลุกลาม เพราะนั่นคือสัญญาณอันตรายถึงชีวิต"  

สงสัยสอบถามเพิ่มเติม: สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422


ขอบคุณข่าวและภาพจาก กรมควบคุมโรค

 ขอบคุณภาพประกอบเพิ่มเติิมจาก มหาวิทยาลัยขอนแก่น