คัดกรองเร็ว รักษาไว! ผุดแผนใหม่หยุดมะเร็งท่อน้ำดี เดินหน้าทั่วประเทศ
16 เมษายน 2569
! Font Awesome Pro 6.0.0 by @fontawesome - https://fontawesome.com License - https://fontawesome.com/license (Commercial License) Copyright 2022 Fonticons, Inc.
เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 ที่ห้องประชุมสานใจ 1/2 อาคารสุขภาพ จังหวัดนนทบุรี ในการประชุมคณะกรรมการสนับสนุนและติดตามการดำเนินงานเพื่อหยุดปัญหา “พยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี” ครั้งที่ 1/2569 ที่มี นพ.วิชัย โชควิวัฒน เป็นประธานการประชุม มีนพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นรองประธาน โดยที่ประชุมรับทราบและเห็นชอบข้อเสนอคณะทำงานพัฒนาแนวทางการคัดกรองและรักษาโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีไว้การใช้ชุดตรวจพยาธิใบไม้ตับแบบปัสสาวะ OV-ATK ในหน่วยนวัตกรรมควรมีการกำกับให้ประชาชนมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมควบคู่ไปด้วยเพื่อป้องกันการติดเชื้อซ้ำ พร้อมกำหนดให้มีการตรวจซ้ำหลังให้ยา 4–6 สัปดาห์เพื่อยืนยันผล และเสนอให้แยกงบประมาณการเบิกจ่ายระหว่างหน่วยงานปกติและหน่วยนวัตกรรมให้ชัดเจน นอกจากนี้ ควรปรับเกณฑ์การตรวจอัลตราซาวด์มะเร็งท่อน้ำดี โดยกลุ่มเสี่ยงให้ตรวจทุก 6 เดือน ส่วนผู้ที่ไม่พบความผิดปกติให้ขยายเวลาเป็นทุก 1–2 ปี เพื่อลดภาระสถานพยาบาล พร้อมเสนอใช้เทคโนโลยี AI และ Tele-radiology ช่วยวินิจฉัยภาพผ่านคลาวด์ รวมถึงดึงคลินิกเอกชนที่ขึ้นทะเบียนเข้าร่วมให้บริการ เพื่อแก้ปัญหาคอขวดและช่วยให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาได้รวดเร็วยิ่งขึ้น



นพ.สุเทพ เพชรมาก เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า การตรวจคัดกรองพยาธิใบไม้ตับ ขณะนี้เรามีชุดตรวจปัสสาวะมีความน่าเชื่อถือ และมีผู้เชี่ยวชาญยืนยันแล้วว่าใช้ได้จริง สิ่งที่ต้องทำต่อคือ ต้องทำให้ ราคาถูกลง เหมือนชุดตรวจ ATK-COVID-19 เพื่อให้ชาวบ้านเข้าถึงได้ง่าย และเมื่อตรวจเจอแล้ว ต้องมีแผนการรักษาต้องชัดเจน เช่น การรับยา การปรับพฤติกรรมความชอบกินสุกๆ ดิบๆ ทำอย่างไรไม่ให้ผู้ป่วยกลับไปติดเชื้อซ้ำอีก ซึ่งเรื่องนี้ต้องอาศัยทั้งข้อมูลวิชาการและเสียงสะท้อนจากคนทำงานในพื้นที่มาช่วยกัน



นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาพยาธิใบไม้ตับต้องใช้ความรู้เข้าสนับสนุน โดยเฉพาะความแม่นยำของชุดตรวจและคัดกรองโรคพยาธิใบไม้ตับ เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานเกิดความมั่นใจ สิ้นข้อสงสัย ขณะนี้ สวรส. ได้สนับสนุนงบประมาณขับเคลื่อนโครงการ แผนงานเป้าหมายสำคัญ ประเทศไทยปลอดโรคพยาธิใบไม้ตับ ไม่ตายจากมะเร็งท่อน้ำดี ซึ่งได้มีการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้งในระดับชาติและพื้นที่ มีการประชุมหารือร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) และองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สร้างความตื่นตัวและผลักดันนโยบายสำคัญผ่านโครงการมอบรางวัล "Mr. Award" เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้กับหน่วยงานที่ปฏิบัติงานดีเด่น โดยคาดว่าจะใช้เวลาประเมินผลในช่วง 6–8 เดือน ซึ่งหน่วยงานที่มีผลงานโดดเด่นจะได้เข้ารับรางวัลจากนายกรัฐมนตรีโดยตรง นอกจากนี้ ผลจากการลงนามบันทึกข้อความร่วมมือ (MOU) กับกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเพื่อผลักดันให้เรื่อง "สุขาภิบาล" โดยเฉพาะการทำให้การจัดการสิ่งปฏิกูลและอุจจาระบรรจุเป็นตัวชี้วัดหลัก (KPI) เพื่อประเมินผลงานของเทศบาลและ อบจ. ซึ่งจะทำให้ผู้บริหารท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีความกระตือรือร้นในการดำเนินงานมากยิ่งขึ้น



นอกจากนี้ มีการรายงานผลการประเมินยุทธศาสตร์ทศวรรษกำจัดปัญหาพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี ปี ๒๕๕๙- ๒๕๖๘ ในเบื้องต้น และการจัดทำแผนยุทธศาสตร์กำจัดพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีฉบับใหม่ ซึ่ง นพ.ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า การประเมินแผนยุทธศาสตร์ครั้งนี้ ต้องหา "จุดคัดง้าง" ที่แผนเดิมทำพลาดเพื่อนำไปแก้ไขในแผนปฏิบัติการฉบับใหม่ เห็นด้วยกับการพัฒนากำลังคนในพื้นที่ที่ต้องมีความรู้เท่าทันเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น การใช้ AI เข้ามาช่วย และเห็นด้วยกับการเร่งพัฒนาศักยภาพแแพทย์และพยาบาล เพื่อสนับสนุนการผ่าตัดมะเร็งท่อน้ำดี



ซึ่งที่ผ่านมามูลนิธิมะเร็งท่อน้ำดีร่วมกับศูนย์ความเป็นเลิศมะเร็งท่อน้ำดี มหาวิทยาลัยขอนแก่นช่วยสนับสนุนกระบวนการพัฒนาศักยภาพและแรงจูงใจให้แก่บุคลากร
ทั้งนี้อยากให้มีการสำรวจข้อมูลจำนวนแพทย์ผ่าตัดเฉพาะทางโรคมะเร็งท่อน้ำดีว่ามีจำนวนเพียงพอหรือไม่ และต้องเร่งผลิตแพทย์ผ่าตัดเฉพาะทางให้ได้เท่าไหร่จึงจะเหมาะสม เพื่อรองรับการผ่าตัดผู้ป่วยโรคดังกล่าว