ภาคใต้ขยายผล สังคมสูงวัยไม่ใช่เรื่องของคนแก่ แต่คืออนาคตของทุกคน “สงขลา ตรังและพื้นที่ขยายผลภาคใต้ ขับเคลื่อนสังคมสูงวัย” ดึงท้องถิ่น–เยาวชน–นโยบาย ผนึกกำลังสร้างระบบดูแลทั้งช่วงชีวิต
สงขลา | 7–8 เมษายน 2569 – เวทีถอดบทเรียน “การดำเนินงานภายใต้โครงการจัดการความรู้ขยายผลการรองรับสังคมสูงวัยขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และการพัฒนาเยาวชนต้นแบบดูแลผู้สูงอายุ” ณ โรงแรมกรีนเวิลด์ พาเลซ โฮเทล จ.สงขลา ได้สะท้อนภาพการ “ยกระดับทั้งระบบ” จากพื้นที่สู่เชิงนโยบาย โดยมีหน่วยงานภาครัฐ ท้องถิ่น และภาคีเครือข่ายร่วมแลกเปลี่ยนบทเรียนและกำหนดทิศทางอนาคต

นายจิรวัฒน์ มณีโชค รองผู้ว่าฯ สงขลา เปิดเวทีถอดบทเรียน ขยายผลรองรับสังคมสูงวัย พร้อมพัฒนาเยาวชนต้นแบบดูแลผู้สูงอายุในชุมชน เพื่อพัฒนารูปแบบและแนวทางการขยายผลการใช้คู่มือรองรับสังคมสูงวัยระดับตำบลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สู่การจัดทำแผนรองรับสังคมสูงวัยทั้งระดับตำบลและระดับจังหวัดในพื้นที่อื่น ๆ รวมถึงพัฒนาหลักสูตรผู้ดูแลผู้สูงอายุสำหรับเด็กและเยาวชน Young Care เพื่อผลักดันสู่การรับรองเป็นหลักสูตรมาตรฐานในอนาคต
รองผู้ว่าฯ กล่าว ความสำเร็จของการทำงานเริ่มต้นจากความกล้า ทั้งความกล้าของแกนนำในพื้นที่ที่พร้อมเข้าไปพูดคุยกับผู้บริหารท้องถิ่น และความกล้าของผู้บริหารท้องถิ่นที่เปิดใจรับฟัง เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนเป้าหมายเดียวกัน คือ การพัฒนาคนทุกช่วงวัยโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง พร้อมเน้นย้ำว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีบทบาทสำคัญตามกฎหมายในการดูแลคุณภาพชีวิตประชาชนทุกมิติ การนำองค์ความรู้จากเวทีนี้ไปสู่การจัดทำแผนงานและบรรจุไว้ในข้อบัญญัติงบประมาณประจำปี จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้การพัฒนาคุณภาพชีวิตเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง

นางกรรณิการ์ บรรเทิงจิตร ที่ปรึกษาโครงการฯ กล่าวรายงานว่า โครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข สำนักประสานนโยบายรองรับสังคมสูงวัย และมูลนิธิสานพลังเพื่อแผ่นดิน โดยมีจุดเริ่มต้นจากการจัดทำคู่มือขับเคลื่อนแผนบูรณาการรองรับสังคมสูงวัยขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในช่วงปี 2566–2567 ซึ่งเริ่มนำร่อง 4 ท้องถิ่นต่อ 1 จังหวัด สำหรับปี 2569 ได้ขยายผลไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมากกว่า 20 แห่งต่อจังหวัด โดยมีเป้าหมายสำคัญให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนำคู่มือไปใช้เป็นแนวทางจัดทำ “แผนบูรณาการ (One Plan)” ในระดับท้องถิ่น เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนทุกช่วงวัย ไม่จำกัดเฉพาะผู้สูงอายุ แต่ครอบคลุมคนทุกกลุ่มวัยผ่านความร่วมมือของทุกภาคส่วนในพื้นที่

นพ.อำพล จินดาวัฒนะ เน้นว่า “ชุมชนท้องถิ่นคือหัวใจของการอภิบาล ต้องใช้ทั้งกฎหมายและพลังความร่วมมือแบบไม่เป็นทางการ เพื่อให้เกิดการจัดการที่เป็นธรรมและยั่งยืน” “สังคมสูงวัยไม่ใช่เรื่องของคนแก่ แต่คืออนาคตของทุกคน”
เวทีนี้ชี้ชัดว่า การก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยไม่ใช่เพียงประเด็นด้านสุขภาพ แต่เป็น “การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างสังคมทั้งระบบ” ตั้งแต่เด็ก วัยแรงงาน ไปจนถึงผู้สูงอายุ ที่ต้องปรับตัวพร้อมกัน ทั้งด้านเศรษฐกิจ การศึกษา เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม

นพ.สุเทพ เพชรมาก เลขาธฺการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ กล่าว “เยาวชนไม่ใช่แค่ผู้เรียนรู้ แต่คือ ‘ผู้ดูแล’ และ ‘ผู้นำการเปลี่ยนแปลง’ ในสังคมสูงวัย” อดีต: การดูแลผู้สูงอายุเน้นผ่าน “ชมรมผู้สูงอายุ” เป็นหลัก
ปัจจุบัน: เกิดแนวคิดใหม่ “เยาวชนดูแลผู้สูงอายุ (Yong Care)” ถือเป็น นวัตกรรมสำคัญ ในการเปลี่ยนระบบการดูแล

ประเด็นสำคัญ
- เยาวชนถูกมองเป็น “Change Agent”เป็นพลังขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในชุมชนช่วยสร้าง คนรุ่นใหม่ที่มีทักษะดูแลผู้สูงอายุรองรับแนวโน้ม “ประชากรลดลง–สังคมสูงวัยเพิ่มขึ้น”
- เป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ ข้ามวัย ลดช่องว่างระหว่างเด็กกับผู้สูงอายุ
- ทิศทางขยายผลผลักดันให้ Yong Care Model ขยายในระดับภูมิภาค (ภาคใต้) มุ่งสู่การพัฒนาเป็น ระบบการเรียนรู้ /ระบบอาชีพ/กลไกชุมชนระยะยาว

ขยายผลจริง : จาก 4 พื้นที่ สู่ 20 และกำลังไป 160 พื้นที่ทั่วประเทศ
การดำเนินงานที่ผ่านมาเกิดผลเป็นรูปธรรม โดยใช้ “คู่มือขับเคลื่อนแผนรองรับสังคมสูงวัย” เป็นเครื่องมือหลัก ทำให้ อปท. สามารถออกแบบแผนของตนเองได้
• จังหวัดตรัง: ใช้สมัชชาจังหวัดเป็นกลไกเชื่อมนโยบาย–พื้นที่
• จังหวัดสงขลา (เทศบาลเมืองสะเดา): ผสานแนวคิด “การตายดี” เข้ากับการดูแลผู้สูงอายุ
• แนวโน้มใหม่: ขยายสู่ 160 พื้นที่ (จังหวัดละ 2 แห่ง) และหลายจังหวัดต้องการมากกว่านั้น
เวทีครั้งนี้ตอกย้ำว่า “สังคมสูงวัยไม่ใช่วิกฤติ หากแต่เป็นโอกาสในการออกแบบสังคมใหม่”
• หากมี
✔ ท้องถิ่นที่เข้มแข็ง
✔ เยาวชนที่มีบทบาท
✔ นโยบายที่เชื่อมสู่การปฏิบัติ
• ประเทศไทยจะสามารถก้าวสู่ “สังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพและมีศักดิ์ศรี” ได้อย่างยั่งยืน
นวัตกรรม “Yong Care” จุดประกายเยาวชนดูแลผู้สูงอายุ

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือ Yong Care Model ที่พัฒนาเยาวชนให้เป็นผู้ดูแลผู้สูงอายุ
• ลดช่องว่างระหว่างวัย
• สร้างคุณค่าให้ผู้สูงอายุในฐานะ “คลังภูมิปัญญา”
• ต่อยอดเป็น อาชีพ (Care Giver) และหลักสูตรการศึกษา
• มุ่งสู่ “ธุรกิจเพื่อสังคม” ที่ยั่งยืน

“ศูนย์เติมสุขสูงวัย” โมเดลสงขลา ใช้ Data ขับเคลื่อนทั้งระบบ
องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ได้พัฒนา “ศูนย์เติมสุขสูงวัย” ครอบคลุม 16 อำเภอ (34 ศูนย์) ใช้เทคโนโลยีและข้อมูล (Data) ในการวางแผนและประเมินผล พร้อมเชื่อมโยง
• สปสช.
• หน่วยบริการสุขภาพ
• มหาวิทยาลัย
• ภาคประชาชน
นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนา เศรษฐกิจผู้สูงอายุ (Silver Economy) เช่น การสร้างรายได้จากอุปกรณ์สุขภาพ หรือการจ้างงานใหม่ในชุมชน

จาก “นโยบาย” สู่ “การปฏิบัติจริง”
นายสมเกียรติ พิทักษ์กมลพร สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ย้ำบทบาทการใช้นโยบายแบบมีส่วนร่วม ผ่านเครื่องมือสำคัญ เช่น
• สมัชชาสุขภาพ
• ธรรมนูญสุขภาพ
• แผนความร่วมมือในพื้นที่
เพื่อเปลี่ยน “ข้อตกลงทางสังคม” ให้กลายเป็น “การลงมือทำจริง” โดยการบูรณาการทำงานของทุกภาคส่วนและมใช้ข้อมูล นวัตกรรม เทคโนโลยีสนับสนุนในการวางแผนและเชื่อมโยงการดำเนินงาน


ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย (Key Recommendations)
1. ยกระดับระบบข้อมูลผู้สูงอายุ เพื่อออกแบบบริการที่ “ตรงความต้องการจริง”
• พัฒนาฐานข้อมูลระดับพื้นที่ (Real-time)
• เชื่อมโยงข้อมูลส่วนกลาง–ท้องถิ่น
2. ผลักดัน Yong Care สู่ระบบอาชีพ รองรับสังคมสูงวัยระยะยาว
• บรรจุในหลักสูตรการศึกษา
• เชื่อมตลาดแรงงานด้าน Care Economy
3. บูรณาการงบประมาณข้ามหน่วยงาน ลดความซ้ำซ้อน เพิ่มประสิทธิภาพการลงทุน
• อปท. + สปสช. + จังหวัด
4. ขยายผลจาก “พื้นที่ต้นแบบ” สู่ “ระบบประเทศ” จากโครงการ → สู่นโยบาย
• ผลักดันเป็นตัวชี้วัดระดับชาติ
• สร้างกลไกสนับสนุนถาวร
5. เสริมพลัง “สมัชชาจังหวัด” สร้างการมีส่วนร่วมและความเป็นเจ้าของร่วม
• เป็นเวทีกลางเชื่อมทุกภาคส่วน
รายงานโดย สช.ต.

