เชียงรายขยับ! จับมือ สช.-สปสช. ปั้นแผนสุขภาพ เชื่อมกองทุน กปท. แก้ปัญหาสารพิษปนเปื้อนยั่งยืน

! Font Awesome Pro 6.0.0 by @fontawesome - https://fontawesome.com License - https://fontawesome.com/license (Commercial License) Copyright 2022 Fonticons, Inc.

วันที่ 26–27 มีนาคม 2569 จังหวัดเชียงรายและเชียงใหม่เกิดความเคลื่อนไหวสำคัญ เมื่อเครือข่ายภาคประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมจัดเวทีปฏิบัติการ เพื่อจัดทำมาตรการรับมือวิกฤตสารพิษปนเปื้อนในลุ่มน้ำสำคัญ โดยมุ่งเน้นการปกป้องสุขภาพของประชาชนและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่

บรรยากาศการประชุมเต็มไปด้วยความตื่นตัวและความมุ่งมั่นจากตัวแทนหลากหลายภาคส่วน ที่ร่วมกันพัฒนา “แผนที่ความเสี่ยงชุมชน” และ “แผนสุขภาพ” เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการเฝ้าระวังและแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ พร้อมย้ำแนวคิด “Empowerment” หรือการคืนอำนาจและองค์ความรู้ให้กับชุมชนท้องถิ่น เพื่อให้สามารถจัดการปัญหาของตนเองได้อย่างยั่งยืน

เวทีดังกล่าวมีผู้เข้าร่วมกว่า 100 คน ประกอบด้วยตัวแทนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) สภาองค์กรชุมชนจาก 25 ตำบลในพื้นที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงเครือข่ายสมัชชาเชียงรายล้านนาแห่งความสุข และผู้แทนหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ ยังมีเครือข่ายกองทุนตำบลจาก 8 จังหวัดภาคเหนือ กว่า 400 คน เข้าร่วมสังเกตการณ์ผ่านระบบออนไลน์ สะท้อนถึงความสนใจและการขยายองค์ความรู้ในการรับมือปัญหาสิ่งแวดล้อมและสุขภาพไปสู่พื้นที่อื่นในวงกว้าง



รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์  ชี้ชัดว่าปัญหาสารพิษปนเปื้อนมิใช่เรื่องเฉพาะจุด แต่เป็น "ปัญหาเชิงโครงสร้างที่มีความซับซ้อน" และข้ามพรมแดนที่ต้องแก้ด้วยความร่วมมือทุกระดับ การคืนอำนาจและความรู้ให้ชุมชนท้องถิ่นโดยเฉพาะ รพ.สต. และ อสม. เป็นหัวใจสำคัญในการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำและประเมินผลกระทบด้านสุขภาพได้อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ


ด้าน นายสุทธิพงษ์ วสุโสภาพล รองเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ  ได้ย้ำในเวทีว่าสถานการณ์ที่กำลังเผชิญเรียกว่า "วิกฤตซ้อนวิกฤต" ของปัญหา NCDs, PM2.5 และการปนเปื้อนสารพิษในแหล่งน้ำ ซึ่งหากไม่มีการจัดการอย่างเป็นระบบและยั่งยืน อาจกลายเป็นปัญหาเรื้อรังต่อเนื่องอีก 10–20 ปีข้างหน้า ทุกฝ่ายต้อง "ร่วมกันจัดทำแผนที่ความเสี่ยง" และมาตรการชุมชน พร้อมข้อเสนอที่ทำได้จริง และเสริมพลังอำนาจและจัดการความรู้ปัญหาสุขภาพ

กระบวนการพัฒนาศักยภาพดังกล่าว นอกจากจะมีข้อมูลสถานะทางสุขภาพของคนเชียงรายและสถานการณ์แม่น้ำปนเปื้อนสารพิษ โดยศูนย์อนามัยที่ 1 สสจ. เชียงราย พมจ.เชียงราย อบจ.เชียงราย และทีมวิชาการ HIA. ภาคเหนือแล้ว ยังมีการฝึกปฏิบัติการวิเคราะห์และจัดลำดับความเสี่ยง  เรียนรู้วิธีการใช้ข้อมูลเชิงพื้นที่และผลกระทบจริงมา "แงะต้นตอปัญหาแบบ 3 มิติ" (สิ่งแวดล้อม พฤติกรรม และระบบทรัพยากร) ผ่าน Workshop การจัดทำแผนที่ความเสี่ยงจัดทำแผนที่ชุมชน และแผนที่ความเสี่ยงระดับชุมชน (Risk map) และจัดทำแผนสุขภาพ เพื่อเชื่อมโยงกับกองทุนหลักประกันสุขภาพระดับพื้นที่และจังหวัด ผ่านกระบวนการ 6 ขั้นตอน" สู่แผนงานที่จับต้องได้และถูกกฎหมาย 


และวันที่สอง จากแผนที่สู่แผนงานเชื่อมกองทุน: เน้นการ "จับคู่กิจกรรมแก้ปัญหาแบบ Logic Model" และการจัดทำโครงการและการเช็กความมั่นใจด้วยเกณฑ์ PEARL ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญในการตรวจสอบว่าโครงการที่คิดขึ้นมานั้น "ถูกระเบียบกองทุนสุขภาพตำบล ไม่ผิดกฎหมาย และชาวบ้านเอาด้วย" หรือไม่ ก่อนนำเสนอขอทุนจริง 

 



ในช่วงท้ายของเวที แพทย์หญิงวลัยรัตน์ ไชยฟู ผู้อำนวยการ สปสช. เขต 1 ย้ำถึงบทบาท สปสช. มุ่งเน้นการสนับสนุนให้ชุมชนจัดทำโครงการที่ผ่านการวิเคราะห์ปัญหาจริง มีความชัดเจนเรื่องกลุ่มเป้าหมาย มีผลลัพธ์ที่วัดได้ และสอดคล้องกับระเบียบหลักประกันสุขภาพตำบล การจัดทำธรรมนูญสุขภาพชุมชนและแผนงานในเวทีครั้งนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการเชื่อมโยงกับกองทุน กปท. เพื่อให้เกิดงบประมาณสนับสนุนกิจกรรมเฝ้าระวัง การดูแลสุขภาพกลุ่มเสี่ยง และการสร้างความตระหนักรู้ในพื้นที่ได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน โดย สปสช. เขต 1 (เชียงใหม่) พร้อมเป็นที่ปรึกษาและพี่เลี้ยงให้ชุมชนในการจัดเตรียมโครงการและงบประมาณเพื่อสร้างความมั่นคงด้านสุขภาพลุ่มน้ำสำคัญนี้


สช.น. รายงาน

 29 มีนาคม 2569