สานพลังศูนย์อนามัยที่ 2 ขับเคลื่อนชุมชนที่เป็นมิตรกับผู้สูงอายุและผู้พิการ รองรับสังคมสูงวัย เตรียมขยายผลปี 2569
ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์ และมีแนวโน้มเข้าสู่สังคมสูงอายุระดับสุดยอดในอนาคตอันใกล้ หน่วยงานภาครัฐและภาคีเครือข่ายในเขตสุขภาพที่ 2 จึงร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาชุมชนที่เป็นมิตรกับผู้สูงอายุและผู้พิการ(Age-Friendly
Communities) เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรอย่างเป็นระบบ

วันที่ 24
มีนาคม
2569 ณ ห้องประชุมพิจิตรา โรงแรมเมย์ฟลาวเวอร์ แกรนด์ พิษณุโลก นพ.วิทยา พลสีลา สาธารณสุขนิเทศก์ ปฏิบัติหน้าที่แทนผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 2 เป็นประธานการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานพัฒนาชุมชนที่เป็นมิตรกับผู้สูงอายุและผู้พิการ โดยมี พญ.ไสววรรณ ไผ่ประเสริฐ ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 2 พิษณุโลก และ นายทรงพล ตุละทา ผู้อำนวยการสำนักนโยบายสาธาระภาคเหนือ สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ตลอดจนผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด โรงพยาบาลชุมชน
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชมรมผู้สูงอายุ กขป.เขต 2
และบริษัท พร้อมพ์พา จำกัด รวมทั้งภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมจำนวนกว่า
100 คน
นพ.วิทยา เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยได้เข้าสู่ “สังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์” และคาดว่าจะก้าวเข้าสู่ “สังคมสูงอายุระดับสุดยอด” ภายในปี พ.ศ. 2574 โดยในเขตสุขภาพที่ 2 สัดส่วนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 22.9 ในปี 2564 เป็นร้อยละ 26.9 ในปี 2568 สะท้อนถึงแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของผู้สูงอายุในทุกพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เขตสุขภาพที่ 2 ได้กำหนดเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาระบบรองรับสังคมสูงวัยอย่างครบวงจร โดยมุ่งเน้นการพัฒนาชุมชนให้มีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการดำรงชีวิตของผู้สูงอายุและผู้พิการอย่างปลอดภัย รวมถึงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม

ด้านนายทรงพล ตุละทา กล่าวเพิ่มเติมว่า “การขับเคลื่อนชุมชนที่เป็นมิตรกับผู้สูงอายุและผู้พิการ จำเป็นต้องอาศัย พลังนโยบายสาธารณะในระดับพื้นที่” ควบคู่กับข้อมูลเชิงประจักษ์ โดยใช้หลักการ “รู้เขารู้เรา” เพื่อวิเคราะห์บริบทชุมชนอย่างรอบด้าน และออกแบบมาตรการที่เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ ต้องเปิดโอกาสให้ชุมชนเป็นเจ้าของกระบวนการ ผ่านเครื่องมือสำคัญตามพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ เช่น ‘ธรรมนูญสุขภาพ’ ซึ่งเป็นกลไกที่ช่วยให้ทุกภาคส่วนร่วมกำหนดกติกาและทิศทางการพัฒนาสุขภาวะของตนเองได้อย่างเป็นรูปธรรม” นายทรงพล กล่าว

พร้อมยกตัวอย่างพื้นที่ต้นแบบ เช่น ธรรมนูญสุขภาพตำบลทุ่งหลวง ที่ดำเนินการต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2555 และมีการพัฒนาต่อยอดรองรับสังคมสูงวัยในมิติเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงธรรมนูญชุมชนเทศบาลสุโขทัยธานี ที่ประกาศใช้ในปี 2568 ซึ่งครอบคลุม 5 มิติสำคัญ ได้แก่ มิติเศรษฐกิจ มิติสุขภาพ มิติสังคม มิติสิ่งแวดล้อม และมิติด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม


การประชุมครั้งนี้นับเป็นกลไกสำคัญในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และพัฒนาต้นแบบชุมชนที่เป็นมิตรกับผู้สูงอายุและผู้พิการในระดับพื้นที่ โดยมีเป้าหมายขยายผลสู่พื้นที่อื่นในปี พ.ศ. 2569 เพื่อรองรับสังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพและยั่งยืนต่อไป

#สังคมสูงวัย #ธรรมนูญสุขภาพ
#AgeFriendly #กขป #สช #ภาคเหนือ
#สานพลัง #สำนักนโยบายสาธารณะภาคเหนือ

