ถอดบทเรียน “รองรับสังคมสูงวัย” ชูโมเดล Young Care เชื่อมพลังคนทุกวัย พร้อมขยายผลสู่ท้องถิ่น
เมื่อวันที่ 12–13 มีนาคม 2569 ณ โรงแรมอัลวาเลซ จังหวัดบุรีรัมย์ มีการจัดเวทีถอดบทเรียนการดำเนินงานภายใต้โครงการ “จัดการความรู้และขยายผลการรองรับสังคมสูงวัยขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และการพัฒนาเยาวชนต้นแบบดูแลผู้สูงอายุในชุมชน (Young Care)” จัดโดยสำนักประสานนโยบายรองรับสังคมสูงวัย (สป.สว.) ร่วมกับมูลนิธิสานพลังเพื่อแผ่นดิน และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

นายจารึก ไชยรักษ์ ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ได้ร่วมเสวนาในหัวข้อ “เสียงสะท้อนและการเปลี่ยนแปลงเชิงลึกจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง” ซึ่งมีหน่วยงานสำคัญร่วมแลกเปลี่ยน อาทิ สำนักอนามัยผู้สูงอายุ กรมอนามัย กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ และสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดบุรีรัมย์
โดยกล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) มีบทบาทในการเชื่อมประสานนโยบายและสนับสนุนการขับเคลื่อนผ่านเครื่องมือ “ธรรมนูญสุขภาพรองรับสังคมสูงวัย” ซึ่งไม่ใช่เพียงการดูแลผู้สูงอายุเท่านั้น แต่เป็นการเตรียมความพร้อมของคนทุกช่วงวัย เพื่อรองรับโครงสร้างประชากรที่กำลังเปลี่ยนแปลง โดยมีเป้าหมายให้คนทุกวัยมีคุณภาพชีวิตที่ดี การขับเคลื่อนครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงบทบาทของท้องถิ่น" คือแกนกลางสำคัญในการเชื่อมโยงพลังคนทุกวัย โดยใช้ข้อมูลจริงจากพื้นที่มาออกแบบแผนงาน เพื่อเปลี่ยนวิกฤตสังคมสูงวัยให้กลายเป็นโอกาสในการสร้างสังคมที่เกื้อกูลกันอย่างแท้จริง
ปัจจุบัน สช. มีพื้นที่ดำเนินการขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพรองรับสังคมสูงวัยในจังหวัดอุบลราชธานี และจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งได้ร่วมแลกเปลี่ยนความก้าวหน้าในเวทีครั้งนี้ โดยมีพื้นที่ต้นแบบถ่ายทอดประสบการณ์จากการปฏิบัติจริง นอกจากนี้ ยังมีการจัดทำแผนรองรับสังคมสูงวัยระดับท้องถิ่นในจังหวัดบุรีรัมย์ จำนวน 20 แห่ง และจังหวัดอุบลราชธานี จำนวน 18 แห่ง
ในปี 2569 มีแผนขยายการดำเนินงานเพิ่มเติมอีก 3 จังหวัด ได้แก่ สุรินทร์ ขอนแก่น และนครพนม


หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของเวที คือการนำเสนอผลการดำเนินงานโครงการ Young Care (YC) หรือเยาวชนอาสาดูแลผู้สูงอายุในชุมชน ซึ่งสะท้อนผลลัพธ์ที่สำคัญ ได้แก่
1. ลดช่องว่างระหว่างวัย สร้างความเข้าใจและความเห็นอกเห็นใจกันระหว่างคนในชุมชน
2. เพิ่มประสิทธิภาพการดูแลผู้สูงอายุ โดยพบว่าผู้สูงอายุมักเปิดใจและยอมรับคำแนะนำจากเยาวชน ส่งผลให้มีสุขภาพจิตดีขึ้น และมีพฤติกรรมสุขภาพที่ดีขึ้น
3. บ่มเพาะการเตรียมพร้อมสู่สังคมสูงวัยในอนาคต เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการเริ่มตระหนักถึงการออมและการเตรียมตัวเป็นผู้สูงอายุที่มีคุณภาพตั้งแต่วัยเยาว์

สำหรับแผนการดำเนินงานระยะต่อไป จะมีการพัฒนารูปแบบและแนวทางการขยายผลการใช้ คู่มือรองรับสังคมสูงวัยระดับตำบลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สู่การจัดทำแผนรองรับสังคมสูงวัยในระดับตำบลและระดับจังหวัด รวมทั้งพัฒนาศักยภาพบุคลากรในพื้นที่ให้เป็นวิทยากรถ่ายทอดองค์ความรู้ เพื่อขยายผลการดำเนินงานอย่างเป็นระบบและยั่งยืน

