กรุงเทพฯ – มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ จัดสัมมนาเครือข่ายสื่อมวลชนท้องถิ่น “Mission 2569 : จุดไฟความรู้ เตรียมความพร้อมสู่วันงดสูบบุหรี่โลก” เพื่อสร้างความเข้าใจสถานการณ์การควบคุมยาสูบของประเทศ และเตรียมความพร้อมการสื่อสารรณรงค์เนื่องใน วันงดสูบบุหรี่โลก วันที่ 31 พฤษภาคม 2569 โดยมีสื่อมวลชนทุกแขนง ผู้นำท้องถิ่น และครู จากกว่า 40 จังหวัด เข้าร่วมเกือบ 100 คน ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ เมื่อวันที่ 11 มีนาคมที่ผ่านมา ภายใต้การสนับสนุนของ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

การจัดสัมมนามีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประเด็นรณรงค์วันงดสูบบุหรี่โลก ปี 2569 พัฒนาแนวคิดการสื่อสารที่เหมาะสมกับบริบทพื้นที่ จัดทำแผนปฏิบัติการสื่อสารในระดับพื้นที่และเครือข่าย ตลอดจนเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างสื่อมวลชนท้องถิ่นกับผู้นำชุมชนให้เข้มแข็งมากยิ่งขึ้น ในพิธีเปิด ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ได้บรรยายพิเศษเกี่ยวกับสถานการณ์การควบคุมยาสูบของประเทศไทย โดยระบุว่า ในปีที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตจากการสูบบุหรี่ทั่วประเทศสูงถึง 62,342 คน ขณะเดียวกันยังพบว่ามีเยาวชนและนักเรียนที่กลายเป็นนักสูบหน้าใหม่ประมาณ 700,000 คน ซึ่งสะท้อนสถานการณ์ที่เปรียบเสมือน “สึนามิบุหรี่ไฟฟ้า” ที่กำลังคุกคามสังคมไทยอย่างรุนแรง ทั้งในด้านสุขภาพ สมอง พัฒนาการของเยาวชน รวมถึงผลกระทบต่อคนรอบข้าง

การสัมมนาครั้งนี้ยังมีผู้เชี่ยวชาญและภาคีเครือข่ายร่วมให้ข้อมูลและแลกเปลี่ยนประสบการณ์หลายภาคส่วน ได้แก่ นพ.ชยนันท์ สิทธิบุศย์ รักษาการนายแพทย์ทรงคุณวุฒิฯ และผู้อำนวยการกองงานคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ, นพ.วันชาติ ศุภจัตรัส ผู้อำนวยการแผนงานพลังวิชาชีพสุขภาพเพื่อสังคมไทยไร้ยาสูบ สมาพันธ์เครือข่ายแห่งชาติเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่, ครูสุวิมล จันทร์เปรมปรุง คณะทำงานเครือข่ายครูเพื่อโรงเรียนปลอดบุหรี่, จ.ส.อ.กรณ์ดนัย กลาสี สถานีวิทยุกองทัพบก กองทัพภาคที่ ๓ ภาคีเครือข่ายสื่อมวลชนท้องถิ่นปลอดบุหรี่(ศูนย์ข่าวปลอดภัย) นอกจากนี้ยังมี น.ส.แสงเดือน สุวรรณรัตน์ ผู้จัดการมูลนิธิฯ, น.ส.วัลภา แก้วศรี มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ร่วมให้ข้อมูลเกี่ยวกับทิศทางการรณรงค์และบทบาทของเครือข่ายสื่อท้องถิ่นในการขับเคลื่อนการสื่อสารสาธารณะ เวทีสัมมนาครั้งนี้จึงถือเป็นกลไกสำคัญในการเสริมพลังเครือข่ายสื่อมวลชนท้องถิ่นทั่วประเทศ ให้มีบทบาทเชิงรุกในการสื่อสารประเด็นควบคุมยาสูบ โดยเฉพาะการรับมือกับการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มเยาวชน ซึ่งกำลังกลายเป็นความท้าทายสำคัญของระบบสุขภาพและสังคมไทยในปัจจุบัน.




