สานพลังลงนาม MOU พัฒนาระบบสุขภาพปฐมภูมิอย่างยั่งยืน เน้นสร้างความเข้มแข็งกระบวนการนโยบายสาธารณะในชุมชน7 มีนาคม 2569
6 มีนาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) และ สถาบันพระบรมราชชนก (สบช.) สานพลังความร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ เรื่อง “การสร้างความเข้มแข็งกระบวนการนโยบายสาธารณะในชุมชนและพื้นที่สู่การพัฒนาระบบสุขภาพปฐมภูมิอย่างยั่งยืน” เน้นด้านกรอบนโยบาย กระบวนการ กลไกการพัฒนาและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะในชุมชนเป็นสำคัญ
ศาสตราจารย์พิเศษ
ดร.นพ.วิชัย เทียนถาวร อธิการบดีสถาบันพระบรมราชชนก กล่าวว่า ทางสถาบันฯ
มีความยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ได้เข้าร่วมพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (Memorandum
of Understanding: MOU) ในการ
“การสร้างความเข้มแข็งกระบวนการนโยบายสาธารณะในชุมชนและพื้นที่สู่การพัฒนาระบบสุขภาพปฐมภูมิอย่างยั่งยืน”
ระหว่าง สถาบันฯ กับ สช. ในวันนี้
สถาบันฯ
ให้ความสำคัญในการสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย
เพื่อประสานความร่วมมือด้านวิชาการและเพิ่มศักยภาพการผลิตบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข
เพื่อรองรับการขับเคลื่อนระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิ
การลงนามบันทึกความเข้าใจในครั้งนี้ เน้นความสำคัญเพื่อร่วมกันเสริมสร้าง
และพัฒนากระบวนการนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วมในระดับชุมชนและพื้นที่
การพัฒนาศักยภาพทางวิชาการ การพัฒนาหลักสูตร การให้ความรู้ ความสามารถ
ทักษะที่เหมาะสมต่อการดำเนินงาน และการฝึกอบรมของกำลังคนด้านสุขภาพ
รวมถึงการสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านสุขภาพในระดับชุมชนและพื้นที่ให้มีความเข้มแข็ง มีความต่อเนื่อง และสามารถดำเนินงานได้อย่างยั่งยืน อันจะนำไปสู่การพัฒนากระบวนการนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วมในระดับชุมชนและพื้นที่อันจะนำไปสู่การพัฒนาระบบสุขภาพปฐมภูมิที่มีประสิทธิภาพ เข้มแข็ง และยั่งยืน ต่อไป
นพ.สุเทพ
เพชรมาก เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า
การพัฒนาระบบสุขภาพปฐมภูมิอย่างยั่งยืน ทั้ง 2 องค์กร ต่างเห็นความสำคัญ
และพร้อมมุ่งเน้นให้เกิดการบูรณาการองค์ความรู้ บุคลากร และทรัพยากรด้านต่าง ๆ
โดยเฉพาะ สช. นั้นพร้อมสนับสนุนด้านกรอบนโยบาย กระบวนการ
และกลไกการพัฒนาและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วม
ทั้งในระดับพื้นที่และระดับนโยบาย
โดยจะเชื่อมโยงความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง
เพื่อร่วมกันพัฒนาระบบสุขภาพปฐมภูมิ พร้อมทั้งสนับสนุนการติดตาม ประเมินผล
และการสังเคราะห์บทเรียนเชิงนโยบายจากการดำเนินงาน
เพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาและปรับปรุงการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพอย่างต่อเนื่อง
โดย สช.
หวังเป็นอย่างยิ่งว่า
ความร่วมมือในครั้งนี้จะบรรลุวัตถุประสงค์ตามเจตนารมณ์ในบันทึกความเข้าใจฯ
และก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการสร้างความเข้มแข็งในกระบวนการนโยบายสาธารณะในชุมชนและพื้นที่
สู่การพัฒนาระบบสุขภาพปฐมภูมิอย่างยั่งยืนในประเทศไทย ” นพ.สุเทพ กล่าว

