โคราชนำร่องระดับประเทศ! เปิดตัว e-Living Will “สร้างสุขสุดท้ายที่ปลายทาง” ยกระดับสิทธิผู้ป่วยตามกฎหมายสุขภาพ

! Font Awesome Pro 6.0.0 by @fontawesome - https://fontawesome.com License - https://fontawesome.com/license (Commercial License) Copyright 2022 Fonticons, Inc.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) สนับสนุนการขับเคลื่อนระบบหนังสือแสดงเจตนาเลือกวาระสุดท้ายของชีวิตแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Living Will) ในพื้นที่นำร่องจังหวัดนครราชสีมา ภายใต้นโยบาย “ฅนโคราช : สร้างสุขสุดท้ายที่ปลายทาง” เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิการทำหนังสือแสดงเจตนาตามมาตรา 12 แห่ง พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 อันเป็นกลไกสำคัญในการดูแลคุณภาพชีวิตระยะท้ายอย่างมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ณ โรงแรมสตาร์เวลล์บาหลี รีสอร์ท จังหวัดนครราชสีมา สช. ร่วมกับภาคีเครือข่ายด้านสุขภาพระดับพื้นที่ จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ “การพัฒนาระบบบริการสุขภาพหนุนเสริมการเข้าถึงสิทธิตามมาตรา 12” มีบุคลากรสาธารณสุข องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และอาสาสมัครสาธารณสุขเข้าร่วมกว่า 200 คน เพื่อพัฒนาศักยภาพการดำเนินงานและขยายผลสู่ระดับชุมชนใน 8 อำเภอนำร่อง


สช. เห็นว่า e-Living Will เป็นนวัตกรรมสำคัญที่ช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์สามารถเข้าถึงข้อมูลความประสงค์ของผู้ป่วยได้อย่างทันท่วงทีในสถานการณ์ฉุกเฉิน สนับสนุนการตัดสินใจทางการแพทย์ให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของผู้ป่วย ลดการรักษาที่เป็นไปเพียงเพื่อยืดการตายในวาระสุดท้าย และส่งเสริมการดูแลแบบประคับประคอง (Palliative Care) อย่างมีคุณภาพ

ปัจจุบันมีประชาชนทั่วประเทศจัดทำ e-Living Will แล้วกว่า 9,000 คน โดยจังหวัดนครราชสีมามีจำนวนผู้แสดงเจตนาสูงที่สุด สะท้อนความเข้มแข็งของเครือข่ายสุขภาพในพื้นที่ ทั้งหน่วยบริการปฐมภูมิ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคประชาสังคม


ทั้งนี้ สช. อยู่ระหว่างพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อเชื่อมโยงฐานข้อมูล e-Living Will กับแพลตฟอร์มดิจิทัลภาครัฐ ได้แก่ ทางรัฐ หมอพร้อม และ เป๋าตัง รวมถึงระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลสุขภาพ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถจัดทำ แก้ไข และเข้าถึงข้อมูลหนังสือแสดงเจตนาได้ด้วยตนเอง ตลอดจนให้บุคลากรทางการแพทย์ใช้ประกอบการดูแลรักษาได้อย่างเหมาะสม

สช. ย้ำว่า การทำหนังสือแสดงเจตนาเลือกวาระสุดท้ายของชีวิต ไม่ใช่การปฏิเสธการรักษา แต่เป็นการใช้สิทธิด้านสุขภาพในการกำหนดรูปแบบการดูแลตนเองในระยะท้ายของชีวิตอย่างมีคุณภาพ สอดคล้องกับมาตรา 8 และมาตรา 12 ของกฎหมายสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งรับรองสิทธิในการรับรู้ข้อมูลด้านสุขภาพอย่างครบถ้วน และสิทธิในการตัดสินใจเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลของตนเอง

การดำเนินงานครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญของการเตรียมความพร้อมสู่สังคมสูงวัยของประเทศไทย โดยมุ่งให้ทุกภาคส่วนร่วมกันสร้างระบบบริการสุขภาพที่เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และให้ประชาชนสามารถ “จากไปอย่างสงบ ตามความประสงค์ของตนเอง” อย่างแท้จริง


 23 กุมภาพันธ์ 2569