สุพรรณบุรี ปี 69 ตั้งธงกำหนดเป้าหมายร่วม ขับเคลื่อน “ภาคีสร้างสรรค์สวรรค์เมืองเหน่อ”

วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 เปิดฤกษ์การประชุมสมัชชาสุขภาพจังหวัดสุพรรณบุรี ครั้งที่ 1/2569 ณ ห้องประชุมพลายแก้ว ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดสุพรรบุรี โดย นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ประธานกรรมการ คจ.สจ. กล่าวเปิดการประชุม และ ทพ.ดร.อนุศักดิ์ คงมาลัย ผู้ทรงคุณวุฒิในพื้นที่ ประธานกรรมการร่วม ได้นำการเสนอองค์ประกอบและบทบาทหน้าที่ของสมัชชาสุขภาพจังหวัดที่จะร่วมกันขับเคลื่อนจังหวัดภายใต้แนวคิด “ภาคีสร้างสรรค์ สวรรค์เมืองเหน่อ” ซึ่งมีคณะกรรมการเข้าร่วมได้แก่ พระครูศรีรัตนาภิวัฒน์ รองเจ้าคณะจังหวัดสุพรรณบุรี ฝ่ายมหานิกาย เจ้าอาวาสวัดพระลอย และพระครูปริยัติธรรมสาร เจ้าคณะอำเภอเมืองสุพรรณบุรี ฝ่ายธรรมยุต เจ้าอาวาสวัดบางกุ้ง นายแพทย์รัฐพล เวทสรณสุธี นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุพรรณบุรี ผู้แทนนายกเทศบาล สภาองค์กรชุมชน (พอช.) พมจ. สำนักงานพระพุทธศาสนา ประชาสัมพันธ์จังหวัด สถานีวิทยุกระจายเสียงจังหวัด วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี สภาอุตสาหกรรม สภาหอการค้า และคณะทำงานสมัชชาจังหวัด และหน่วยงานภาคี เป็นต้น

นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี เปิดการประชุม โดยอ้างถึงคำสั่งจังหวัดสุพรรณบุรี ที่ 7761/2568 ลงวันที่ 8 สิงหาคม 2568 ตามที่ได้มีประกาศคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ เรื่องธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติฉบับที่ 3 พ.ศ.2565 ประกาศณ วันที่ 21 มีนาคม 2566 ได้กำหนดมาตรการสำคัญสู่เป้าหมายระบบสุขภาพที่พึงประสงค์ ประกอบด้วย กระบวนการนโยบายสาธารณะที่ดีและมีส่วนร่วมของภาคีทุกภาคส่วน การส่งเสริมสุขภาพและการจัดการปัจจัยสังคมที่กำหนดสุขภาพ และการจัดการระบบบริการสุขภาพ ประกอบกับการประกาศคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการจัดและสนับสนุนการจัดสมัชชาสุขภาพเฉพาะพื้นที่และสมัชชาเฉพาะประเด็น พ.ศ.2563 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการสนับสนุนการจัดและขับเคลื่อนมติสมัชชาสุขภาพจังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อให้การดำเนินงานตรงตามวัตถุประสงค์และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าว

นพ.อภิชาติ รอดสม เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) นำเสนอบทบาท สช.ในระดับชาติ และการสนับสนุนการขับเคลื่อนรับจังหวัดภายใต้ พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 เน้นย้ำความสำคัญของพลังข้อมูล และพลังความร่วมมือคือการสานพลังสร้างการมีส่วนจากทุกภาคส่วนโดยใช้กระบวนการสมัชชาสุขภาพเป็นเครื่องมือที่มุ่งเน้นการเปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนมาร่วมกันพัฒนาและขับเคลื่อนนโยบายสุขภาพตามบริบทและสถานการณ์ของพื้นที่
ทั้งนี้ สช.ยังมีเป้าหมายการขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์ของจังหวัดสุพรรณบุรี โดย นายณรงค์ กฤติขจรกรกุล ได้กล่าวนำเรียนพระครูศรีรัตนาภิวัฒน์ รองเจ้าคณะจังหวัดสุพรรณบุรี ฝ่ายมหานิกาย เจ้าอาวาสวัดพระลอย และพระครูปริยัติธรรมสาร เจ้าคณะอำเภอเมืองสุพรรณบุรี ฝ่ายธรรมยุต เจ้าอาวาสวัดบางกุ้ง และเสนอต่อวงประชุมถึงที่มาที่ไปและแนวทางของการขับเคลื่อนธรรมนูญพระสงฆ์ระดับประเทศและจังหวัดสุพรรณบุรี ด้วยเช่นกัน

นายทองใบ สิงสีทา ผู้แทน พอช. นำเสนอโครงการจังหวัดภาคีอาสาระยะที่ 2 จากการมีส่วนร่วมของ 9 หน่วยงานที่มีเป้าหมายการบูรณาการความร่วมมือที่ยึดพื้นที่เป็นฐาน ประชาชนและทุกภาคส่วนในพื้นมาร่วมกันดำเนินการที่มุ่งเน้นการสร้างกลไลที่ยั่งยืน การแก้ไขปัญหาสุขภาพเชิงพื้นที่ และการส่งเสริมการเรียนรู้ ซึ่งโครงการระยะแรกดำเนินการไปแล้ว 5 จังหวัด และในระยะที่ 2 อีก 8 จังหวัด โดยจังหวัดสุพรรณีบุรีเป็นจังหวัดเป้าหมายของภาคกลางเขตสุขภาพที่ 5 ซึ่งจะมีการออกแบบและกำหนดประเด็นขับเคลื่อนร่วมกันในระยะต่อไปเพื่อสร้างกลไกบูรณาการที่เข้มแข็ง การขับเคลื่อนประเด็นด้วยข้อมูล การส่งเสริมการจัดการตนเองและเครือข่ายเรียนรู้ ต่อไป

นายแพทย์รัฐพล เวทสรณสุทธี นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวว่าระบบสุขภาพที่เป็นธรรม ต้องเชื่อมโยงในทุกมิติโดยเฉพาะการมีส่วนร่วมของประชาชน การสร้างเสริมสุขภาพและลดปัจจัยสังคมกำหนดสุขภาพสู่การจัดการระบบบริการสุขภาพ และการให้ระบบ DATA Health อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด



ที่ประชุมได้ร่วมกันหารือทิศทางการดำเนินงานของสมัชชาสุขภาพจังหวัดสุพรรณบุรีในปี 2569-2570 โดยเห็นชอบร่างแผนปฏิบัติงานโครงการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพจังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อบูรณาการความร่วมมือองค์กรภาคีเครือข่ายในจังหวัด ทั้งนี้ที่ประชุมได้กำหนดเป้าหมายการดำเนินงานสมัชชาสุขภาพจังหวัดที่จะดำเนินงานในปี 2569 ใน 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่
1) การพัฒนากลไกสมัชชาสุขภาพจังหวัดโดยการสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนเพื่อบูรณาการทำงานของภาคีเครือข่าย
2)การขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์จังหวัดสุพรรณบุรี
3) การขับเคลื่อนจังหวัดเข็มแข็งระยะที่ 2 (โครงการจังหวัดภาคีอาสาสุพรรณบุรี) ร่วมกัน และพร้อมบรูณาการร่วมกันของภาคีเครือข่ายและหน่วยงาน ซึ่งจะนำไปสู่เป้าหมาย “ภาคีสร้างสรรค์ สวรรค์เมืองเหน่อ” ต่อไป
รายงาน : สช.ก.

