“นิเวศเดียว” สู่การพลิกโฉมมหานครและปริมณฑล: เมื่อเสียงสะท้อนของคนเมืองหลอมรวมเป็นหนึ่ง20 กุมภาพันธ์ 2569
ท่ามกลางการขยายตัวของเมืองที่ไร้รอยต่อ กรุงเทพมหานครและ 5 จังหวัดปริมณฑล (นนทบุรี นครปฐม ปทุมธานี สมุทรปราการ และสมุทรสาคร) ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่ที่ใช้เส้นแบ่งทางภูมิศาสตร์มาขีดคั่นอีกต่อไป แต่เราคือ “ระบบนิเวศเดียวกัน” ที่ลมหายใจ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ล้วนส่งผลกระทบถึงกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ด้วยเหตุนี้ การพัฒนาที่แยกส่วน ต่างคนต่างทำ จึงไม่อาจตอบโจทย์ความซับซ้อนของวิถีชีวิตคนเมืองได้อีกต่อไป

เพื่อก้าวข้ามข้อจำกัดนี้ การรวมพลังครั้งประวัติศาสตร์จึงเกิดขึ้น ณ ห้องประชุม สช. นำทัพโดย ศ.กิตติคุณ สุริชัย หวันแก้ว ประธานการประชุม พร้อมด้วย ศ.ดร.นฤมล นิราทร ผู้ดำเนินการประชุมที่คอยเชื่อมร้อยทุกความคิดเห็นของผู้ทรงคุณวุฒิและผู้แทนเครือข่ายให้เป็นหนึ่งเดียว

ก่อนเริ่มวาระสำคัญ นายสมเกียรติ พิทักษ์กมลพร ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ และผู้อำนวยการสำนักนโยบายสาธารณะภาคใต้ ได้วางรากฐานอันหนักแน่น นำเสนอหลักเกณฑ์การได้มาซึ่งระเบียบวาระสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ เพื่อให้ทุกคนมองเห็นทิศทางและเป้าหมายปลายทางร่วมกัน

จากนั้น นายเตชิต ชาวบางพรหม ผู้อำนวยการสำนักนโยบายสาธารณะเขตเมือง สช. ได้ฉายภาพรวมประเด็นนโยบายของพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมโยงของปัญหาที่ผูกพันกันเสมือนโครงข่ายเส้นเลือดใหญ่ของประเทศ พร้อมทั้งขยายภาพให้เห็นถึงกลไกการทำงานของสมัชชาสุขภาพทั้ง 3 ระดับ ได้แก่ ระดับจังหวัด (Provincial) ระดับภูมิภาค (Region) และระดับชาติ (National) ซึ่งมีขอบเขตการขับเคลื่อนเชิงประเด็นที่แตกต่างกัน โดยเน้นย้ำว่า เป้าหมายสำคัญของเวทีหารือในวันนี้ คือการสกัดวาระร่วม และยกระดับข้อเสนอเพื่อเชื่อมร้อยปัญหาเขตเมือง (Urban issues) ที่มีความซับซ้อน ให้ก้าวเข้าสู่เวที "สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ" ได้อย่างมีพลัง

เมื่อภาพกว้างและเป้าหมายชัดเจน การเปิดวงระดมความคิดจึงเริ่มขึ้นอย่างเข้มข้น:
อ.ประเชิญ คนเทศ จุดประกายวงสนทนาด้วยภาพของ "วิถีชีวิตสายน้ำ" สายใยที่หล่อเลี้ยงและเชื่อมโยงผู้คนระดับปริมณฑลเข้าด้วยกัน ซึ่งกำลังเผชิญความท้าทายร่วมกันในปัจจุบัน ขณะที่ตัวแทนจากจังหวัดนนทบุรี ยืนยันเจตนารมณ์อย่างหนักแน่นว่า "สุขภาพจิต" คือวิกฤตเงียบที่บั่นทอนชีวิตคนเมือง และต้องถูกผลักดันเป็นวาระร่วมอย่างเร่งด่วน

ด้าน ดร.อุดม จากสภาลมหายใจ กทม. ได้ส่งเสียงสะท้อนถึงสิทธิขั้นพื้นฐาน เสนอเรื่อง "อากาศสะอาด" เพราะทุกลมหายใจของคนเมืองต้องได้รับการปกป้อง

ลงลึกถึงโครงสร้างพื้นฐาน ผศ.ดร.ณัฐวุฒิ อัศวโกวิทวงศ์ ผู้อำนวยการ City Lab ชี้ให้เห็นถึงประเด็นเรื้อรังอย่าง "การจัดการชุมชนเดิมที่สร้างก่อน พ.ศ. 2525" ซึ่งขาดแคลนระบบการกลั่นกรองของเสียก่อนปล่อยสู่พื้นที่สาธารณะ ทั้งปัญหาการจัดการน้ำและระบบความปลอดภัยที่รอการแก้ไข

และเพื่อรวบยอดความซับซ้อนทั้งหมดเข้าด้วยกัน นพ.วิรุฬ ลิ้มสวาท ได้ตอกย้ำถึง "การพัฒนาประเด็นเชิงนิเวศและมิติการทับซ้อนกัน" ชี้ให้เห็นว่าทุกปัญหาที่กล่าวมา ไม่ว่าจะเป็นน้ำ อากาศ สุขภาพจิต หรือโครงสร้างเมือง ล้วนพัวพันกันและไม่สามารถแก้ได้ด้วยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเพียงลำพัง
จากเสียงสะท้อนที่หลากหลายและทรงพลังนี้ นำมาสู่บทสรุปของการเตรียมเสนอวาระประวัติศาสตร์เข้าสู่เวที “สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ” โดยมีแกนกลางสำคัญคือการพลิกโฉมการบริหารจัดการเมืองผ่านข้อเสนอเชิงนโยบาย 3 ประการที่ “คม-ชัด-ขับเคลื่อนได้จริง” ได้แก่:
1. ปรับวิถีคิดสู่ “นิเวศเดียว” (One Ecosystem Approach)
มองมิติเศรษฐกิจ สังคม สุขภาพ และสิ่งแวดล้อมของเขตเมืองเป็นเรื่องเดียวกัน โดยต้องประเมินผลกระทบข้ามมิติทุกครั้งก่อนมีนโยบายหรือโครงการขนาดใหญ่ เพื่อให้เกิดการเติบโตที่สมดุล
2. ทลายกำแพง สู่การจัดการมิติทับซ้อนเชิงระบบ
สร้างกลไกการทำงานข้ามกระทรวง เพื่อจัดการปัญหาที่ทับซ้อนกันในเขตเมือง บนรากฐานของ “ระบบข้อมูลร่วม” (Shared Data Platform) จากที่เคย “ต่างคนต่างทำ” สู่การ “ร่วมคิด ร่วมวางแผน และร่วมรับผิดชอบ”
3. ปฏิรูปตัวชี้วัดความสำเร็จที่ “สุขภาวะคน” ไม่ใช่แค่ “ตัวเลขเศรษฐกิจ”
เปลี่ยนผ่านการวัดความสำเร็จของประเทศที่พึ่งพาเพียง GDP ไปสู่การใช้ตัวชี้วัดด้านสุขภาวะ ความเป็นธรรม คุณภาพชีวิต และความมั่นคงทางสิ่งแวดล้อม
การประชุมหารือในครั้งนี้ คือฟันเฟืองชิ้นสำคัญที่จะเปลี่ยนพลังความคิดและความร่วมมือของเครือข่ายจังหวัด ให้กลายเป็นนโยบายระดับชาติที่พลิกโฉมคุณภาพชีวิตของคนเมืองได้อย่างแท้จริง
สช.ม. รายงาน



