HealthStation Talk EP.43 ผนึกกำลังต้านมะเร็งท่อน้ำดี
สถานการณ์ปัจจุบันนี้ มะเร็งท่อน้ำดีเป็นโรคภัยร้ายแรงชนิดหนึ่งที่คร่าชีวิตคนไทยไปอย่างต่อเนื่อง
โดยเฉพาะพื้นที่ภาคอีสาน จากการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับที่ติดพันกับวัฒนธรรมการกินแบบท้องถิ่น
ด้วยเหตุนี้จึงนำไปสู่การลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือเพื่อแก้ไขปัญหาพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี
ระหว่าง 6
องค์กร ประกอบด้วย กระทรวงสาธารณสุข สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.)
กระทรวงมหาดไทย กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กรมการปกครอง และมหาวิทยาลัยขอนแก่น
เมื่อวันที่ 11 ก.พ. 69 โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ร่วมเป็นสักขีพยาน
อันเป็นสัญญาณที่ดีในการลดอัตราการเสียชีวิตของคนไทยจากโรคชนิดนี้

และในวันที่ 19 ก.พ. 2569 นี้ ก็จะตรงกับวันมะเร็งท่อน้ำดีโลก World CCA’s Day 2026 ซึ่งหลายประเทศทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย ได้มีการจัดกิจกรรมต่างๆเนื่องในโอกาสนี้ เพื่อตระหนักถึงภัยอันตรายของโรคชนิดนี้ พร้อมร่วมกันรณรงค์

ดังนั้นทางรายการ HealthStation Talk ใน EP.43 นี้
จะมาพูดถึงการบูรณาการแก้ปัญหามะเร็งท่อน้ำดีว่าจะมีแนวทางอย่างไรบ้าง แบบเจาะลึก
โดยได้รับเกียรติจาก นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข
(สวรส.) รับหน้าที่วิทยากร ดำเนินรายการโดย อ.นพพร พันธุ์เพ็ง
ประธานมูลนิธิสื่อสร้างสุข
MOU สกัดพยาธิใบไม้ตับ-มะเร็งท่อน้ำดี
นพ.ศุภกิจ กล่าวว่า ผมเคยไปเรียนท่านอนุทิน ชาญวีรกูล
สมัยท่านเป็นรองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
จนถึงวาระท่านเป็นนายกฯก็ถือเป็นโอกาสดี จึงได้ขอความช่วยเหลือจากท่าน
และท่านก็ให้ความเห็นว่าควรทำเป็น MOU ให้เป็นหลักฐาน
จากนั้นเราก็ร่วมทำงานเดินหน้าในระยะสั้นๆ จนถึงวันที่ลงนาม MOU นี้อย่างเป็นทางการ

“ การ MOU ในครั้งนี้ สวรส. จึงเลือกที่จะร่วมมือกับทั้ง 3 หน่วยงานที่ดูแลท้องถิ่นในทุกระดับ
ตั้งแต่กระทรวงมหาดไทย กรมการปกครอง และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
ตามแผนยุทธศาสตร์ฯ ที่ประกอบด้วย 1) ลดความชุกของการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับให้ไม่เกิน 10%
2) ทำให้ผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดีระยะแรกได้รับการวินิจฉัยมากกว่า 50%
3) เพิ่มอัตราการรอดชีวิตของผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดีมากกว่า 30% สามารถทำได้สำเร็จภายในระยะเวลา 2 ปี โดยที่ผ่านมา สวรส. ได้มีการผลักดันให้เกิดการสร้างเครือข่ายหน่วยบริการ เพื่ออำนวยความสะดวก ลดเวลาในการตรวจยืนยัน และดูแลรักษาให้กับผู้ป่วยในหลายพื้นที่” นพ.ศุภกิจ กล่าว
นพ.ศุภกิจ กล่าวต่อไปว่า
การจัดการปัญหาการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับและโรคมะเร็งท่อน้ำดี
จะให้หน่วยงานทางด้านสาธารณสุขรับผิดชอบฝ่ายเดียว คงเป็นไปได้ยาก
จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องอาศัยทุกภาคส่วน
มาช่วยกันสกัดปัญหาตั้งแต่ต้นทางในการสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับประชาชนตั้งกลุ่มวัยเด็ก
การควบคุมสื่อโฆษณาที่อาจทำให้เกิดพฤติกรรมเสี่ยง หรือการกำกับควบคุมอาหาร
เพื่อลดโอกาสที่จะทำให้เกิดการติดเชื้อและเกิดโรคได้
พร้อมเดียวกันควบคู่ไปกับด้านสาธารณสุข ที่จะคัดกรองกลุ่มเสี่ยง
และนำเข้าสู่กระบวนการดูแลรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ
ภัยพยาธิใบไม้ตับ ประตูสู่มฤตยู
นพ.ศุภกิจ ยังได้กล่าวถึงภัยมะเร็งท่อน้ำดีว่า
เป็นโรคที่ออกอาการให้เห็นในระยะท้ายๆ
จึงทำให้รักษาได้ยากและอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยก็สูงมาก
เพราะฉะนั้นจึงต้องแก้ที่ต้นเหตุคือลดความเสี่ยงติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับจากการกินอาหารดิบ
โดยเฉพาะปลาน้ำจืดเกล็ดขาว ซึ่งเมื่อพยาธิใบไม้ตับเข้าสู่ร่างกายก็จะเข้าไปรวมตัวกันอยู่บริเวณท่อน้ำดี
ส่งผลทำให้ท่อน้ำดีเกิดการอักเสบตลอดเวลา
และเมื่ออักเสบอยู่เรื่อยๆก็พัฒนาเป็นเนื้อร้ายจนกลายเป็นมะเร็งในที่สุด

“ เฉพาะภาคอีสานมีผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดีประมาณ 6,500 คนต่อปี และมีตัวเลขเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เสียค่าใช้จ่ายในการรักษาประมาณ 13,500 ล้านบาทต่อปี นอกจากจะเสียชีวิตไปแล้ว แน่นอนว่าก่อนจะเสียชีวิตก้สู้กันเต็มที่ รักษากันเต็มที่ ก็มีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างแพงด้วย ” นพ.ศุภกิจ กล่าว

สร้างความตระหนักรู้ ก่อนสิ้นชีวิตด้วยมะเร็งท่อน้ำดี
นพ.ศุภกิจ กล่าวอีกว่า วันที่ 27 – 28 ก.พ. นี้ จะมีการจัดกิจกรรมรณรงค์มะเร็งท่อน้ำดี ที่จังหวัดหนองคาย รวมทั้งมีการตรวจพยาธิใบไม้ตับแก่ผู้มาร่วมงานอีกด้วย อีกทั้งทางเราก็มีแผนไปเซ็นต์ MOU ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อให้บรรดาครู อาจารย์ สร้างความรับรู้ให้แก่เด็กนักเรียนจากการลดความเสี่ยงติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับ และในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ก็ได้เข้ามามีบทบาทเรื่องรณรงค์ต้านมะเร็งท่อน้ำดีด้วยเช่นกัน จึงเป็นเรื่องที่ต้องร่วมออกแรงกันในหลายฝ่าย เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหารที่เสี่ยงติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับ

แนวทางการป้องกันมะเร็งท่อน้ำดี
* ปรับพฤติกรรมการกิน: งดปลาน้ำจืดดิบ (เช่น ปลาตะเพียน ปลาซิว)
ลดอาหารปิ้งย่าง ปลาร้า แหนม หรืออาหารที่หมักดองที่ไม่สะอาด
* กินสุกสะอาด: เน้นรับประทานอาหารที่ผ่านการปรุงสุกใหม่ๆ
* ป้องกันพยาธิ:
หากชอบกินปลาดิบควรตรวจอุจจาระเพื่อหาไข่พยาธิใบไม้ตับและรับยาฆ่าพยาธิหากจำเป็น
* วัคซีน: ฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี
เพื่อป้องกันตับอักเสบเรื้อรังและมะเร็งตับ
* เลิกบุหรี่/แอลกอฮอล์:
การสูบบุหรี่และการดื่มแอลกอฮอล์หนักเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคตับและท่อน้ำดี
* ตรวจสุขภาพ: ตรวจร่างกายเป็นประจำ โดยเฉพาะผู้ที่มีความเสี่ยง เช่น เป็นโรคตับอักเสบเรื้อรัง นิ่วในตับ
อย่างไรก็ตามในเร็วๆนี้ เตรียมพบกับโครงการประกวดการสื่อสารรณรงค์ลดความเสี่ยงจากพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี Isan Zero OV Media Hackathon โปรดติดตามรายละเอียดและความคืบหน้าของกิจกรรมได้ที่ HealthStation สถานีกลางสุขภาวะ


