Kick off ระบบช่วยเด็กเลิกบุหรี่/บุหรี่ไฟฟ้า ปกป้องสมองเด็ก และเยาวชน ภาคตะวันออก
สถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทยจัดงานประชุมพิธีเปิด Kick off ระบบช่วยเด็กเลิกบุหรี่/บุหรี่ไฟฟ้า ปกป้องสมองเด็ก และเยาวชน ผนึกกำลัง ร่วมกับ สสส. และ กขป. เขต 6 สานพลังพัฒนานวัตกรรมคัดกรอง-ส่งต่อ ช่วยเด็กและเยาวชน 2,000 คน ใน 60 สถานศึกษา ภาคตะวันออก หลังพบเยาวชนไทยสูบบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่ม 11.44 เท่า วัย 15–29 ปี ใช้สูงสุด

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 13 ก.พ. 2569 ที่ โรงแรมดีวาลักซ์ รีสอร์ท แอนด์ สปา สุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ สถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย (ยท.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับคณะกรรมการเขตสุขภาพเพื่อประชาชน (กปป.) เขตพื้นที่ 6 จัดกิจกรรม Kick off กิจกรรมพัฒนาความรู้และแนวทางสำหรับส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนเข้าสู่ระบบบริการเลิกบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า

นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2567 พบการสูบบุหรี่ไฟฟ้าของคนไทยเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก จากเดิมในปี 2564 มีผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้า 78,742 คน เพิ่มขึ้นเป็น 900,459 คน ในปี 2567 หรือเพิ่มขึ้นถึง 11.44 เท่า สอดคล้องกับข้อมูลจากผลการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 7 (ปี 2567-2568) พบกลุ่มวัยรุ่นอายุ 15-29 ปี เป็นกลุ่มที่มีสัดส่วนการใช้บุหรี่ไฟฟ้าสูงที่สุด 8.4% เพิ่มจากเดิม 3.6% ในปี 2563 การใช้บุหรี่ไฟฟ้าส่งผลกระทบต่อสุขภาพทั้งด้านร่างกายและคุณภาพชีวิต โดยเฉพาะผลกระทบต่อสมองและระบบทางเดินหายใจ ขณะที่ในกลุ่มเด็กและเยาวชนที่เริ่มสูบตั้งแต่อายุยังน้อย จะส่งผลต่อพัฒนาการเรียนรู้ตามช่วงวัย และนำไปสู่ปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพอื่น ๆ ที่จะตามมา สสส. จึงกำหนดให้การป้องกันนักสูบหน้าใหม่และการแก้ไขปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าเป็นภาระเร่งด่วน ที่ภาคีเครือข่ายของ สสส. ทั่วประเทศต้องร่วมกันขับเคลื่อน
“สสส. เล็งเห็นความสำคัญของการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงหน่วยบริการทางสุขภาพ เพื่อช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่ติดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า แม้ปัจจุบันจะมีหน่วยบริการที่มีประสิทธิภาพอยู่หลากหลายช่องทาง แต่ยังมีข้อจำกัดในการเข้าถึง เช่น การประชาสัมพันธ์ที่ไม่ทั่วถึงในกลุ่มเด็กและเยาวชน และการขาดการบูรณาการระหว่างสถานศึกษากับหน่วยบริการในพื้นที่ กิจกรรมในครั้งนี้จึงเป็นความร่วมมือที่สำคัญในการสานพลังทุกภาคส่วน เพื่อให้เด็กและเยาวชนได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องจนสามารถเลิกบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าได้สำเร็จ และนำไปสู่การลดอัตราการสูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าของคนไทย รวมถึงลดค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลของภาครัฐในอนาคต” นพ.พงศ์เทพ กล่าว

นพ.สวรรค์ ขวัญใจพาณิช ประธานกรรมการเขตสุขภาพเพื่อประชาชน (กปป.) เขตพื้นที่ 6 กล่าวว่า เขตสุขภาพที่ 6 ประกอบด้วย 8 จังหวัดในภาคตะวันออก ได้แก่ สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ซึ่งพบปัญหาสุขภาพที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตในหลายมิติ โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน อาทิ ปัญหาการสูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า โรคไม่ติดต่อ (NCDs) โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ รวมถึงอุบัติเหตุทางถนน สำหรับประเด็นการสูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2567 พบว่า ภาคตะวันออกมีอัตราการใช้ผลิตภัณฑ์ยาสูบทุกประเภทรวมกันอยู่ในลำดับที่ 3 ของประเทศ ที่ 15.8% ขณะที่ข้อมูลจากกองสุขศึกษา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ปี 2568 ระบุว่า เด็กและเยาวชนอายุ 13-25 ปี ในภาคตะวันออก จากกลุ่มตัวอย่าง 7,709 คน เป็นผู้สูบบุหรี่ 5.9% และเป็นผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้าสูงถึง 23.09%
“สถานการณ์การสูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าของเด็กและเยาวชนในภาคตะวันออกมีความรุนแรงและน่าเป็นห่วง กปป. เขตพื้นที่ 6 จึงกำหนดนโยบายในช่วงปี 2569-2570 มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาการสูบบุหรี่ไฟฟ้าในเด็กและเยาวชนเป็นประเด็นเร่งด่วน (Quick Win) ทั้งในมิติการป้องกันนักสูบหน้าใหม่ และการผลักดันให้เกิดการส่งต่อเด็กและเยาวชนจากสถานศึกษาทุกระดับเข้าสู่ระบบบริการสุขภาพในพื้นที่ ผ่านการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อให้การดำเนินงานของ กปป. เขตพื้นที่ 6 ประสบผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม” นพ.สวรรค์ กล่าว

นายพชรพรรษ์ ประจวบลาภ เลขาธิการสถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย (ยท.) กล่าวว่า ยท. ได้ริเริ่มโครงการส่งเสริมการเข้าถึงระบบบริการเลิกบุหรี่หรือบุหรี่ไฟฟ้าของเยาวชนในเขตสุขภาพที่ 6 ดำเนินงานผ่านกลไกอาสาสร้างสุขภาพและเขตสุขภาพเพื่อประชาชน โดยตั้งเป้าในปี 2569 เกิดการขับเคลื่อน 1. สร้างกลไกเชื่อมประสานระหว่างสถานศึกษาและหน่วยบริการเลิกบุหรี่ในพื้นที่ภาคตะวันออก เช่น คลินิกฟ้าใสในสถานพยาบาล ร้านขายยาที่เข้าร่วมโครงการ “ร้านยาอาสาพาเลิกบุหรี่” ของมูลนิธิเภสัชกรรมชุมชน และศูนย์บริการเลิกบุหรี่ทางโทรศัพท์แห่งชาติ (สายด่วน 1600) 2. จัดประกวดนวัตกรรมการคัดกรองและออกแบบระบบส่งต่อนักเรียนไปยังหน่วยบริการสุขภาพในสถานศึกษา 60 แห่งนำร่อง เพื่อสนับสนุนการเลิกบุหรี่หรือบุหรี่ไฟฟ้าอย่างน้อย 2,000 คน และช่วยเลิกบุหรี่ได้สำเร็จภายใน 6 เดือน ไม่น้อยกว่า 10% 3. ร่วมกับอินฟลูเอนเซอร์ ช่วยประชาสัมพันธ์ช่องทางและหน่วยบริการให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น ผ่านการสื่อสารเชิงบวกที่สร้างสรรค์และเป็นมิตร เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนที่อยู่นอกระบบสถานศึกษาได้เข้าถึงบริการเลิกบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า




ขอบคุณรูปภาพจาก: สถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย

