
พัทลุง — เครือข่าย “โตไปไม่สูบ” พร้อมภาคีด้านการศึกษาและสุขภาพ
จัดเวทียื่นข้อเสนอเชิงนโยบายว่าด้วยการสร้างภูมิคุ้มกันเด็กและเยาวชนจากบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า
ต่อสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ โดยมี นายกรฤทธิ ชุมนูรักษ์ ผู้เชี่ยวชาญจาก
สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) เป็นตัวแทนรับมอบข้อเสนอ
ท่ามกลางการร่วมเป็นสักขีพยานของผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง
คณะกรรมการเขตสุขภาพเพื่อประชาชน (กขป.) เขต 12 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพัทลุง
ผู้บริหารสถานศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาพัทลุง
ศึกษาธิการจังหวัดพัทลุง และแกนนำนักเรียนกว่า 500 คน

การยื่นข้อเสนอครั้งนี้สะท้อนเสียงจากพื้นที่จริงของเด็กและเยาวชนภาคใต้ ที่ต้องเผชิญการเข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้าอย่างง่ายดาย ทั้งจากช่องทางออนไลน์ ร้านค้ารอบสถานศึกษา และการสื่อสารการตลาดที่สร้างภาพลักษณ์ “ทันสมัย ไม่อันตราย” ขณะที่มาตรการป้องกันเดิมซึ่งเน้นการให้ความรู้และการบังคับใช้กฎหมาย ยังไม่เพียงพอในการสร้างภูมิคุ้มกันทางความคิดและพฤติกรรมในระยะยาว
นายกรฤทธิ ชุมนูรักษ์ กล่าวว่า “ข้อเสนอจากเครือข่ายโตไปไม่สูบเป็นตัวอย่างสำคัญของ Practice-based
Evidence ที่เกิดจากการลงมือทำจริงในพื้นที่
เด็กและเยาวชนไม่ได้เป็นเพียงผู้รับสาร แต่เป็นผู้ออกแบบกระบวนการเรียนรู้ของตนเอง
เสียงแบบนี้คือพลังที่สมัชชาสุขภาพแห่งชาติให้ความสำคัญ
และสามารถต่อยอดเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายได้จริง” พร้อมย้ำว่า
การสร้างภูมิคุ้มกันเด็กและเยาวชนต้องทำควบคู่ทั้งมิติความรู้ กติกาสังคม
และพื้นที่ปลอดภัย พร้อมสนับสนุนให้เกิดกลไกความร่วมมือระหว่างโรงเรียน
หน่วยงานสุขภาพ และภาคประชาชนในระดับพื้นที่

นายฮาริส มาศชาย ผู้อำนวยการศูนย์สร้างสรรค์สื่อเพื่อเด็กเยาวชนและครอบครัว (สโมสรยกกำลังสุข) กล่าวว่า เครือข่ายโตไปไม่สูบ ซึ่งประกอบด้วยโรงเรียนส่งเสริมนวัตกรรมลดปัจจัยเสี่ยง 22 โรงเรียน ใน 14 จังหวัดภาคใต้ ภายใต้ การสนับสนุนโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ สสส. ได้พัฒนากระบวนการที่เปิดพื้นที่ให้เด็กและเยาวชนเป็น “ผู้ลงมือทำ” เกิดนวัตกรรมหลากหลาย เช่น บอร์ดเกมและการ์ดเกม “โตไปไม่สูบ” ที่เด็กออกแบบเพื่อฝึกคิด วิเคราะห์ และทักษะการปฏิเสธ หลักสูตรและชุดกิจกรรมบูรณาการในห้องเรียน สื่อสร้างสรรค์โดยเยาวชน ทั้งคลิปสั้น การแสดง นิทรรศการ
และกิจกรรมรณรงค์ในโรงเรียนและชุมชน ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นไม่เพียงเพิ่มความรู้
แต่ยังสร้างความมั่นใจ ความเป็นผู้นำ
และการสื่อสารอย่างมีพลังในประเด็นสุขภาพของตนเอง

ข้อเสนอเชิงนโยบายที่ยื่นต่อสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ
1. สนับสนุนสถานศึกษาทุกระดับพัฒนา กระบวนการสร้างภูมิคุ้มกัน
ที่ยึดเด็กเป็นศูนย์กลาง
2.
รับรองและสนับสนุนนวัตกรรมของเด็กและเยาวชนเป็นเครื่องมือสร้างเสริมสุขภาพ
3. จัดตั้งกลไกความร่วมมือระดับพื้นที่ ระหว่างโรงเรียน ครู นักเรียน
ภาคประชาชน และหน่วยงานสุขภาพ
4. สนับสนุนเวทีสาธารณะและพื้นที่เรียนรู้
เพื่อให้เด็กและเยาวชนสื่อสารข้อเสนอเชิงนโยบายด้วยเสียงของตนเอง
เครือข่ายโตไปไม่สูบเชื่อมั่นว่า การป้องกันบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าอย่างยั่งยืน ต้องเริ่มจากการให้เด็กและเยาวชนเป็นเจ้าของการเรียนรู้และการเปลี่ยนแปลง การยื่นข้อเสนอครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงเอกสารเชิงนโยบาย แต่คือ เสียงของเด็กใต้กว่า 500 คน ที่ลุกขึ้นมาปกป้องสุขภาพของตนเอง และร่วมกำหนดอนาคตสังคมปลอดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าอย่างยั่งยืน



Cr: ศูนย์สร้างสรรค์สื่อเพื่อเด็กเยาวชนและครอบครัว
(สโมสรยกกำลังสุข)