สานพลังปั้น 8 สถาบันการศึกษาภาคตะวันออก ร่วมประชาสัมพันธ์ช่องทางเลิกบุหรี่ ตั้งเป้าชวน นร.เลิกบุหรี่ 2,000 คน

! Font Awesome Pro 6.0.0 by @fontawesome - https://fontawesome.com License - https://fontawesome.com/license (Commercial License) Copyright 2022 Fonticons, Inc.


ระหว่างวันที่ 19-20 มกราคม 2569 ณ โรงแรมแทมมารินด์ การ์เด้น จังหวัดระยอง สถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย (ยท.) โดยความร่วมมือกับคณะกรรมการเขตสุขภาพเพื่อประชาชน (กขป.) เขตพื้นที่ 6 ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) และภาคีเครือข่าย จัดกิจกรรมอบรมนักศึกษาเพื่อร่วมสื่อสารช่องทางรับบริการเลิกบุหรี่หรือบุหรี่ไฟฟ้าในพื้นที่ภาคตะวันออก โดยมี 8 สถาบันการศึกษาเข้าร่วมกิจกรรม ตั้งเป้าสื่อสารชวนเด็กและเยาวชนเลิกบุหรี่ 2,000 คน ภายในปี พ.ศ. 2569


          ผศ.พิเศษ นพ.สวรรค์ ขวัญใจพาณิช ประธานกรรมการเขตสุขภาพเพื่อประชาชน (กขป.) เขตพื้นที่ 6 กล่าวว่า พื้นที่ 8 จังหวัดภาคตะวันออก มีความท้าทายด้านสุขภาพหลากหลายประเด็น โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน ได้แก่ ปัญหาการสูบบุหรี่/บุหรี่ไฟฟ้า ปัญหาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ รวมถึงปัญหาอุบัติเหตุทางถนน ซึ่งติดอันดับ 1 ของประเทศในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เฉพาะปัญหาการสูบบุหรี่หรือบุหรี่ไฟฟ้า ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2567 พบว่าภาคตะวันออก อยู่ลำดับที่ 3 ของประเทศ มีอัตราการใช้ผลิตภัณฑ์ยาสูบทุกประเภทรวมกันอยู่ที่ร้อยละ 15.8 เป็นรองเพียงภาคใต้ (ร้อยละ 22.2) และ
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ร้อยละ
17.9) ตามลำดับ สอดคล้องกับข้อมูลจากกองสุขศึกษา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ปี 2568 พบเด็กและเยาวชนอายุระหว่าง 13-25 ปี จากกลุ่มตัวอย่างเด็กและเยาวชนในภาคตะวันออกจำนวน 7,709 คน เป็นผู้สูบบุหรี่ร้อยละ 5.90 และเป็นผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้า สูงถึงร้อยละ 23.09 ซึ่งสะท้อนได้ว่าการสูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าของเยาวชนในภาคตะวันออกมีความรุนแรงเป็นอย่างมาก

          “กขป.เขตพื้นที่ 6 ดำเนินการจัดทำแผนปฏิบัติการระยะ 4 ปี (พ.ศ.2569-2572) โดยกำหนดให้ในปี 2569 มีประเด็นเร่งด่วนที่ทุกภาคส่วนต้องเร่งรัดดำเนินการให้สำเร็จ (Quick Win) คือการแก้ไขปัญหาการสูบบุหรี่ไฟฟ้าของเด็กและเยาวชน ซึ่ง กขป.เขตพื้นที่ 6 ได้บูรณาการทำงานร่วมกับ ยท. ศึกษาธิการจังหวัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาทุกแห่ง และสำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดทุกจังหวัด เร่งรัดคัดกรองและจัดทำนวัตกรรมการคัดกรองนักเรียนอย่างสร้างสรรค์เพื่อส่งต่อให้สถานพยาบาลช่วยเลิกบุหรี่ จำนวน 2,000 คน และตั้งเป้าหมายช่วยเลิกสำเร็จร้อยละ 10 รวมถึงกิจกรรมที่เกิดขึ้นในวันนี้จะเป็นส่วนหนึ่งของการสื่อสารภาพลักษณ์สถานพยาบาลหรือช่องทางที่ให้บริการเลิกบุหรี่ให้ดูเป็นมิตร เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายเพื่อให้ประเด็นเร่งด่วน (Quick Win) ประสบผลสำเร็จต่อไปผศ.พิเศษ นพ.สวรรค์ กล่าว


          ด้านนายพชรพรรษ์ ประจวบลาภ เลขาธิการสถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย (ยท.) กล่าวว่า ตนเองในฐานะกรรมการเขตสุขภาพเพื่อประชาชน เขตพื้นที่ 6 ซึ่งรับผิดชอบงานด้านเด็กและเยาวชน ตั้งเป้าในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 นี้ สนับสนุนให้ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนทุกแห่ง นำเด็กนักเรียน/นักศึกษาที่มีความประสงค์เลิกบุหรี่หรือบุหรี่ไฟฟ้าเข้าสู่ระบบเลิกบุหรี่ให้ได้ 2,000 คน ผ่านคลินิกฟ้าใส/คลินิกเลิกบุหรี่ ซึ่งตั้งอยู่ในสถานพยาบาลทุกแห่ง, ศูนย์บริการเลิกบุหรี่ทางโทรศัพท์แห่งชาติ (สายด่วน 1600) รวมถึงร้านขายยาอาสาพาเลิกบุหรี่ ซึ่งสนับสนุนโดยสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เนื่องจากเด็กและเยาวชนมีแนวโน้มการเข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง และปัจจุบันยังมีเด็กและเยาวชนเป็นผู้สูบบุหรี่หรือบุหรี่ไฟฟ้าสะสมอยู่เป็นจำนวนมาก หากไม่สนับสนุนให้เกิดกระบวนการคัดกรองและสนับสนุนส่งต่อเข้าถึงระบบบริการสุขภาพ จะทำให้เกิดผู้ป่วยโรคต่าง ๆ จากการสูบบุหรี่/บุหรี่ไฟฟ้า เต็มสถานพยาบาลในอนาคต และส่งผลโดยตรงต่องบประมาณค่าใช้จ่ายและภาระทางสาธารณสุขอีกด้วย

          นายพชรพรรษ์ กล่าวอีกว่า กิจกรรมอบรมในครั้งนี้ได้นำแกนนำนักศึกษา 8 สถาบันการศึกษา ในภาคตะวันออกเข้าร่วม จำนวน 50 คน ประกอบด้วย (1) มหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตชลบุรี (2) มหาวิทยาเทคโนโลยีมงคลตะวันออก วิทยาเขตบางพระ (3) มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ (4) มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี (5) มหาวิทยาลัยบูรพา (6) วิทยาลัยเทคโนโลยีภาคตะวันออก (อี.เทค) รวมถึงสถาบันการศึกษาระดับมัธยมศึกษาอีก 2 แห่ง เรียนรู้ทักษะการเป็นนักสื่อสาร การลำดับเหตุการณ์สื่อโฆษณา (Storyboard) อย่างไรให้น่าสนใจจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารของไทย และการทัศนศึกษาเรียนรู้สถานที่จริง ขั้นตอนต่าง ๆ ผ่านสถานพยาบาลที่ให้บริการเลิกบุหรี่/บุหรี่ไฟฟ้า เพื่อนำความรู้ดังกล่าวมาสร้างสรรค์เป็นผลงานโฆษณาสั้น จำนวน 8 ชิ้นงาน เพื่อเผยแพร่และสื่อสารช่องทางรับบริการเลิกบุหรี่ในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์อย่างน่าสนใจและเป็นมิตร ตั้งเป้าเด็กและเยาวชนเข้าถึงสื่อโฆษณาดังกล่าว 1 แสนคน ทั้งนี้เป็นที่ทราบกันดีว่าเด็กและเยาวชนยังขาดการรับรู้เรื่องช่องทางรับบริการเลิกบุหรี่ที่มีในประเทศไทย


          ทางด้านนายอดิศร วงศ์สุวรรณ นักศึกษาคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตชลบุรี กล่าวว่า รู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่ง ที่มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว และนับเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อสาธารณะ เนื่องจากได้นำเอาความรู้ความสามารถจากวิชาชีพของตนเอง มาผลิตและจัดทำสื่อโฆษณาสั้น เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ช่องทางการเลิกบุหรี่หรือบุหรี่ไฟฟ้าให้กับกลุ่มเด็กและเยาวชน ซึ่งต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาตนเองและเพื่อนในมหาวิทยาลัย ไม่รู้จักคลินิกที่ให้บริการเลิกบุหรี่หรือช่องทางการรับบริการเลิกบุหรี่/บุหรี่ไฟฟ้าของประเทศไทยเลย แม้ทราบว่ามีการประชาสัมพันธ์อยู่บ้างในช่วงที่ผ่านมา แต่อาจจะเข้าถึงเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุมากกว่า จึงตั้งเป้าหมายว่าการร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ นอกเหนือจากจะได้รับความรู้แล้ว ก็จะตั้งใจช่วยประชาสัมพันธ์ไปยังกลุ่มวัยรุ่นผ่านสื่อโฆษณาสั้นที่ทันสมัย เป็นมิตร จากความรู้ความสามารถของตนเอง รวมถึงสื่อสารไปยังครอบครัวให้รู้จักช่องทางรับบริการเลิกบุหรี่ด้วย


 27 มกราคม 2569