กขป เขต 10 สรุปบทเรียนประเด็นการพัฒนาการเด็กปฐมวัย ฉุดไอคิวเด็กคาบเส้น ฮึดดึงปฐมวัยพ้นหลุมดำ

! Font Awesome Pro 6.0.0 by @fontawesome - https://fontawesome.com License - https://fontawesome.com/license (Commercial License) Copyright 2022 Fonticons, Inc.

คณะกรรมการเขตสุขภาพเพื่อประชาชน เขตพื้นที่ 10 (กขป.10)จัดการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสรุปบทเรียนประเด็นการพัฒนาการเด็กปฐมวัยพื้นที่เขตสุขภาพที่ 10 ในวันที่ 26 สิงหาคม 2568 ณ ห้องประชุมทับทิมสยาม  โรงแรมสุนีย์แกรนด์แอนด์คอเวนชั่น อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งมีคณะกรรมการและภาคเครือข่ายพื้นที่เขต 10 ประกอบด้วย จ.อุบลราชธานี ศรีสะเกษ ยโสธร อำนาจเจริญ และมุกดาหาร เข้าร่วมกิจกรรมคับคั่งรวมทั้งทีมนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี โดยมีนพ.สุรพร ลอยหา รองประธานคณะกรรมการเขตสุขภาพเพื่อประชาชน เขตพื้นที่10 เป็นประธานเปิดงาน นายรพินทร์ ยืนยาว เลขานุการกขป.10 กล่าวรายงาน สนับสนุนโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.),สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ(สช.),สมัชชาสุขภาพจังหวัดอุบลราชธานี มูลนิธิประชาสังคมอุบลราชธานี.สปสช.


การประชุมครั้งนี้เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ประสบการณ์และเทคนิคการส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยสู่ EQ ดี มี IQ เกิน 110 พื้นที่เขตสุขภาพที่ 10 และเพื่อสรุปบทเรียนพื้นที่ต้นแบบการส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย สู่การพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบายสาธารณะต่อหน่วยงานระดับเขตและระดับชาติ โดยมีรูปแบบเวทีเสวนาและแบ่งกลุ่มย่อย สำหรับเวทีการเสวนานำเสนอผลงานแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันหลากหลาย ซึ่งผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย นายชัยสิทธิ์ เรืองโรจน์ หัวหน้ากลุ่มงานส่งเสริมสุขภาพ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี นางนงคราญ แสงโชติ รักษาการผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล(รพ.สต.)เหล่าเสือโก้ก นายพีระพงษ์ ศรีชัย ตัวแทนสำนักงานศึกษาธิการภาค14 นางภาวิณี ไตรศิวกุล ผอ.โรงเรียนเทศบาล4 อนุบาลพระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ เทศบาลนครอุบลราชธานี นางสาวลัดดา ไวยวรณ์ รองผู้จัดการมูลนิธิเพื่อสุขภาพและการแบ่งปัน(มสป.) นางสาวสุดารัตน์ อินม่วงไทย ตัวแทนสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัดอุบลราชธานี(พม.) นางสาวรุ่งนภา ศรีกุลวงศ์ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กโพนงาม ดำเนินรายการโดย ผศ.ดร.นิยม จันทร์นวล วิทยาลัยแพทย์ศาสตร์และการสาธารณสุข มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

นายชัยสิทธิ์ เรืองโรจน์ หัวหน้ากลุ่มงานส่งเสริมสุขภาพ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี ได้นำเสนอว่าระดับไอคิว(IQ)ของเด็กปฐมวัยจะเกิดตั้งแต่ในครรภ์และการเลี้ยงดู โรคที่ส่งผลให้เกิดภาวะสมองพัฒนาการช้านำมาสู่ “โครงการมหัศจรรย์ 1,000 วันแรกแห่งชีวิตสู่2,500 วัน” สุขภาวะที่เด่นชัดคือเด็กขาดสารไอโอดีน ขาดธาตุเหล็ก ภาวะเจ็บป่วย ซึ่งระบบการคัดกรองจะใช้วิธีแยกเด็กโลหิตจางตัวซีดมาเป็นกลุ่มเสี่ยง สำหรับระดับไอคิว(IQ)ของเด็กปฐมวัยจ.อุบลฯเพิ่มขึ้นโดยใช้เครื่องมือเชาว์เล็กในการประเมิน จากปี 2564 มีไอคิว 97.88 ปี 2568 เพิ่มเป็น 101.48 จากความหวังที่ตั้งไว้ 106 ส่วนหนึ่งเกิดจากการอบรมครูศูนย์พัฒนาเด็ก(ศพด.)หลักสูตรพัฒนาการเด็กเรื่องการตัดสินใจ วิเคราะห์เหตุผล หรือEF ส่งผลให้ผลงานกระเตื้องขึ้น ที่โดดเด่น เช่นธรรมนูญเด็กปฐมวัยตำบลเหล่าเสือโก้ก และโรงเรียนและศูนย์พัฒนาเด็กเล็กต้นแบบนวัตกรรมเด็กสมวัย 1 แห่ง คือเทศบาลนครอุบลราชธานี


ส่วนสาระกลุ่มย่อย 5 กลุ่ม เป็นภาพรวมกิจกรรมส่งเสริมพัฒนาการเด็กนอกเหนือจากการอบรมครู หมอ ผู้ปกครอง ในการคัดกรองด้วยเครื่องมือ DSPMและการกระตุ้นเด็กด้วยการสร้างกิจกรรมเรียนรู้ในห้องเรียน ยังมีกิจกรรมทางสังคมวัฒนธรรมในชุมชน การละเล่นของเด็กในยุคเก่ามาฟื้นฟูได้ทั้งมิติทางสังคม การเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อก้อนเล็ก และฝึกทักษะการใช้สมองส่วนหน้าไปกับการเล่น อีกทั้งกลไกกองทุนพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอดูแลเด็กกลุ่มเปราะบาง เช่น การสร้างบ้านให้แก่เด็กเสี่ยง พิธีผูกแขนเป็นลูกนายอำเภอ เป็นต้น ส่วนปัญหาที่จ.ยโสธรพบว่าสภาพทั่วไปเป็นครอบครัวยากจน ครอบครัวอย่าร้าง เด็กอยู่ในความดูแลของปู่ย่าตายาย คนแก่มีอาการหลงลืมทำให้เด็กกินยาเสริมธาตุเหล็กไม่สม่ำเสมอผนวกกับเด็กกินยายากจึงเป็นอุปสรรคที่คณะทำงานหาวิธีการแก้ หนึ่งในนั้นคือซื้อยาบริษัทเอกชนที่มีรสชาติหอมหวานกระตุ้นให้เด็กกินยาง่ายขึ้น นอกจากนั้นพบว่าผู้ปกครองที่มีฐานะดีส่วนหนึ่งไม่ยอมรับความเป็นจริงเกี่ยวกับสภาพลูกหลานของตนเอง ปฏิเสธการแนะนำของอสม.ถึงขั้นปิดประตูไม่ให้อสม.เข้าบ้านต้องใช้วิธีพาหมอไปพบด้วยตนเอง

ส่วนมูลนิธิเพื่อสุขภาพและการแบ่งปัน(มสป.) เผยว่าการทำงานใช้ระบบนิเวศพัฒนาเด็กร่วมกับอบต.สองคอน อ.โพธิ์ไทร และอบต.โดมประดิษฐ์ อ.น้ำยืน ซึ่งมีปัญหาความไม่สงบชายแดนไทย-เขมรขณะนี้ ส่งผลให้การทำงานสดุด ส่วนอบต.สองคอน พื้นที่ชายแดนไทย-ลาว พบครอบครัวส่วนหนึ่งเข้าไม่ถึงระบบสาธารณสุขมูลฐาน เนื่องจากมีปัญหาสัญชาติ เช่น สามีเป็นคนไทย ภรรยาเป็นคนลาว บางรายไม่กล้าไปคลอดที่โรงพยาบาลต้องทำคลอดกันเองที่บ้านส่งผลต่อสุขภาวะและการเจ็บป่วยของเด็ก นอกเหนือจากปัญหายาเสพติดระบาดในพื้นที่ซึ่งเป็นรอยต่อชายแดนไทย-ลาว สำหรับช่องทางการหารายได้มาเสริมในการทำงานทางมูลนิธิฯได้มีผลิตภัณฑ์สินค้าก๋วยจั๊บซองกึ่งสำเร็จรูป “อิ่มพุง อิ่มใจ”จำหน่ายหารายได้เป็นทุนการทำงานอีกทางหนึ่ง 


ส่วนเสียงสะท้อนอุปสรรคส่วนใหญ่ต้องการงบประมาณสานต่อให้ต่อเนื่องและการหาแหล่งทุนทั้งจากภาครัฐและเอกชน ผนวกกับเสียงสะท้อนของนพ.สุรพร ลอยหา ที่ระบุถึงปัญหาอุปสรรคว่านอกเหนือจากงบประมาณ ที่จำกัดและการเขียนโครงการของบประมาณจากแหล่งทุนของภาครัฐที่บางโครงการเป็นโครงการที่ดีแต่คนทำงานยังขาดทักษะในการนำเสนอแผนทำให้เสียโอกาสในการได้รับงบประมาณไปอย่างน่าเสียดาย พร้อมได้เปรยเชิงเหน็บแนมว่าการทำงานกับผู้บริหารระดับจังหวัดก็เป็นอุปสรรคเช่นกัน โดยเฉพาะจ.อุบลฯผู้ว่าฯย้ายบ่อยส่งผลให้การทำงานขาดความต่อเนื่องเมื่อคนใหม่มาก็ต้องมาต่อจิ๊กซอว์เริ่มต้นกันใหม่

ทั้งนี้กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข มีการตรวจประเมินสถานการณ์ระดับสติปัญญา(IQ)และความฉลาดทางอารมณ์(EQ)ของเด็กไทยทุก 5 ปีโดยมีเกณฑ์มาตรฐาน 100 จุด ซึ่งรอบระยะปี 2564-2568 มีรายงานว่าจังหวัดที่มีไอคิวค่าเฉลี่ยสูงสุดคือกรุงเทพฯ 112.6 ตามด้วยจ.หนองคาย 109.4 จ.ปราจีนบุรี 108.3 จ.อุตรดิตถ์ 108.2 นนทบุรี 108.2 จันทบุรี 108.2 ส่วนจังหวัดที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุดคือจ.ยะลา 93.4 สำหรับจ.มุกดาหาร 102.97 นับเป็นจังหวัดที่ประสบความสำเร็จเป็นโมเดลของกขป.10

(สมศักดิ์ รัฐเสรี : รายงาน)



 29 สิงหาคม 2568