"สช."ติวเข้ม!คณะทำงานสื่อสุขภาวะ เขต 7–8 มุ่งสร้างการรับรู้ ลดเสี่ยงพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี
"สช."ติวเข้ม!คณะทำงานสื่อสุขภาวะ เขต 7–8 มุ่งสร้างการรับรู้ ลดเสี่ยงพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี
สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ร่วมกับสถาบันวิจัยมะเร็งท่อน้ำดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น และเครือข่ายสื่อสุขภาวะ จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเขตสุขภาพที่ 7 และ 8 ระหว่างวันที่ 28–29 สิงหาคม 2568 ที่จังหวัดขอนแก่น มุ่งยกระดับพลังการสื่อสารสาธารณะ รณรงค์ “ประเทศไทยปลอดพยาธิใบไม้ตับ ไม่ตายจากมะเร็งท่อน้ำดี”
เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2568 ที่ห้องกรีน A ชั้น 1 โรงแรมโฆษะ เขตเทศบาลนครขอนแก่น สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) จัดประชุมเชิงปฏิบัติการคณะทำงานสื่อสุขภาวะ เขตสุขภาพที่ 7 และ 8 ภายใต้โครงการสร้างการรับรู้เรื่องการกำจัดปัญหาพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี ซึ่งเป็นโรคสำคัญที่พบมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีคณะทำงานสื่อสุขภาวะ เขต 7 และ 8 เข้าร่วมกว่า 40 คน
พิธีเปิดการประชุมได้รับเกียรติจาก รศ.ดร.วัชรินทร์ ลอยลม รักษาการแทนผู้อำนวยการสถาบันวิจัยมะเร็งท่อน้ำดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวบรรยายพิเศษในหัวข้อ “สถานการณ์โรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี กับแผนมุ่งเป้า ประเทศไทยปลอดโรคพยาธิใบไม้ตับ ไม่ตายจากมะเร็งท่อน้ำดี” โดยชี้ให้เห็นถึงความรุนแรงของโรคที่คร่าชีวิตประชาชนจำนวนมากในแต่ละปี และย้ำถึงความสำคัญของการทำงานแบบบูรณาการ ทั้งด้านวิชาการ การแพทย์ การรณรงค์ และการสร้างการรับรู้แก่ชุมชน
ในช่วงต่อมา น.ส.ยุวลักษณ์ เหมะวิบูลย์ หัวหน้ากลุ่มงานสื่อสารสังคม สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ สช. ได้บรรยายถึงบทบาท หน้าที่ และเครื่องมือที่สำนักงานฯ พัฒนาขึ้นเพื่อสนับสนุนการสร้างการสื่อสารสาธารณะอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมแนะนำแนวทางการทำงานเชิงรุกของเครือข่ายสื่อสุขภาวะในพื้นที่ ขณะที่กิจกรรม “รู้จักเพื่อน ภาคีสื่อสุขภาวะ” โดย นายชูชาติ ตรีรัถยานนท์ และ น.ส.แคทรียา การาม ได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมอย่างอบอุ่น สร้างบรรยากาศการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และการเชื่อมโยงเครือข่ายที่เข้มแข็งมากยิ่งขึ้น
รศ.ดร.วัชรินทร์ ลอยลม
รศ.ดร.วัชรินทร์ ลอยลม รักษาการแทนผู้อำนวยการสถาบันวิจัยมะเร็งท่อน้ำดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนต่อการดำเนินงานตามแผนวิจัยมุ่งเป้าในการแก้ไขปัญหาโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี ถือเป็นทั้งปัญหาสำคัญของพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและเป็นวาระแห่งชาติที่ต้องเร่งรัดแก้ไขอย่างจริงจัง เนื่องจากโรคดังกล่าวเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของคนไทยจำนวนมากต่อปี โดยเฉพาะในกลุ่มประชากรที่ยังคงมีพฤติกรรมการบริโภคปลาน้ำจืดดิบหรือสุก ๆ ดิบ ๆ อันเป็นต้นเหตุสำคัญของการติดเชื้อ
รศ.ดร.วัชรินทร์ กล่าวถึงสถานการณ์พยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีว่า พยาธิใบไม้ตับเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดมะเร็งท่อน้ำดี โดยเฉพาะภาคอีสานพบว่าเป็นพื้นที่ที่มีมะเร็งท่อน้ำดีมากที่สุดในโลก ซึ่งพบคนไข้ใหม่ประมาณ 20,000 รายต่อปี ในนั้นมากกว่า 10,000 รายเป็นคนอีสาน ถ้าไม่ได้เข้าระบบการรักษาก็จะเสียชีวิตภายใน 1 ปี โดยทุกปีก็จะมีผู้เสียชีวิตประมาณ 20,000 รายไปเรื่อยๆ สำหรับการเกิดมะเร็งท่อน้ำดีมากจากการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับ จากการรับประทานปลาเกร็งขาวน้ำจืดวงศ์ปลาตะเพียนแบบสุกๆ ดิบๆ ซึ่งเมนูหลักที่คนอีสานกินเป็นปลาร้าที่เป็นปลาร้าปลอม, ปลาส้ม, ปลาจ่อมและปลาร้าบองต่างๆ
รศ.ดร.วัชรินทร์ กล่าวด้วยว่าสถาบันวิจัยมะเร็งท่อน้ำดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้พัฒนาชุดตรวจพยาธิใบไม้ตับ OVATK ผ่านการตรวจสารคัดหลั่งหรือหรือปัสสาวะ พอเราเอาไปสุ่มตรวจประชากรในอีสานเกือบ 1 ล้านคนในเวลา 10 กว่าปี พบว่าเฉลี่ยในอีสานตอนนี้อยู่ที่ประมาณ 25% ถือว่าดีขึ้นกว่าในอดีตมากๆ พอมีชุดตรวจอันนี้ขึ้นมาเราก็นำเรื่องนี้เข้าไปกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม แล้วก็มีกองทุนที่ให้ทุนเรื่องนี้ เรียกว่าแผนมุ่งเป้าประเทศไทยปลอดโรงพยาธิใบไม้ตับมะเร็งท่อน้ำดี
รศ.ดร.วัชรินทร์ กล่าวว่า แผนวิจัยมุ่งเป้านี้ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างแนวทางการทำงานที่เข้มข้น ครอบคลุม และมีเป้าหมายที่ชัดเจนมากขึ้นกว่าที่ผ่านมา ทั้งในมิติการป้องกัน การรักษา การวิจัยพัฒนานวัตกรรม และที่สำคัญคือการสร้างการรับรู้ในระดับชุมชน เพื่อให้ประชาชนตระหนักถึงภัยของโรค และหันมาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหาร รวมถึงการเข้ารับการตรวจคัดกรองเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง
รศ.ดร.วัชรินทร์ ย้ำว่า การตรวจคัดกรองกลุ่มเสี่ยงโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี ถือเป็นหัวใจสำคัญของแผนมุ่งเป้า เพราะจะทำให้สามารถค้นหาผู้ที่อยู่ในภาวะเสี่ยงหรือผู้ป่วยตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ซึ่งมีโอกาสรักษาให้หายหรือควบคุมโรคได้ดีกว่า การปล่อยให้โรคลุกลามจนเข้าสู่ระยะรุนแรงที่มักรักษาได้ยากและมีค่าใช้จ่ายสูง โดยในอนาคต สถาบันฯ มีแผนจัดกิจกรรมมหกรรมคัดกรองเชิงรุกครอบคลุมพื้นที่ในเขตสุขภาพที่ 7 และ 8 เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการได้ง่ายและทั่วถึง
รศ.ดร.วัชรินทร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ความสำเร็จของแผนนี้ไม่เพียงขึ้นอยู่กับภาคการแพทย์หรือการวิจัยเท่านั้น แต่ยังต้องอาศัยพลังจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะเครือข่ายสื่อสุขภาวะที่มีบทบาทสำคัญในการสื่อสารเชิงรุก ถ่ายทอดข้อมูลที่ถูกต้องไปสู่สังคมอย่างกว้างขวาง เพื่อสร้างความตื่นตัวและกระแสการเปลี่ยนแปลงในวงกว้าง อันจะนำไปสู่เป้าหมายสำคัญของประเทศ คือ “ประเทศไทยปลอดโรคพยาธิใบไม้ตับ ไม่ตายจากมะเร็งท่อน้ำดี” อย่างแท้จริง
ทางด้านนางสาวยุวลักษณ์ เหมะวิบูลย์ หัวหน้ากลุ่มงานสื่อสารสังคม สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ กล่าวถึงบทบาทของสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติว่า สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ได้เน้นงานในเรื่องระบบสุขภาพมีในเรื่องวิชาการ, พลังรักและพลังสังคม ส่วนเครื่องมือในการขับเคลื่อนของเรามี 4+1 ประกอบด้วยธรรมนูญสุขภาพ, สมัชชาสุขภาพ, HIA, สิทธิและหน้าที่ด้านสุขภาพ และโปรแกรมอื่นๆ และกรอบในการดำเนินการนโยบายยุทธศาสตร์ด้านสุขภาพของประเทศ จะเน้นในเรื่องข้อมูลร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นธรรมนูญสุขภาพตำบล, ธรรมนูญหมู่บ้าน
สำหรับการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้ ก็เพื่อสร้างการรับรู้แก่สื่อสุขภาวะในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 7 และ 8 เพื่อร่วมกำจัดปัญหาพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี รวมทั้งเปิดโอกาสให้มีการแลกเปลี่ยนความรู้ร่วมกันเกี่ยวกับสถานการณ์พยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี ตลอดจนการจัดกิจกรรมเสริมสร้างความสัมพันธ์สำหรับสื่อสุขภาวะที่เข้าร่วม เพื่อเชื่อมพลังเครือข่ายด้านสุขภาวะให้เข้มแข็งต่อไป และร่วมกันขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สำคัญ เพื่อให้ประเทศไทยสามารถก้าวสู่เป้าหมาย “ปลอดโรคพยาธิใบไม้ตับ และลดการเสียชีวิตจากมะเร็งท่อน้ำดี” ได้อย่างยั่งยืน.
นายหมวดตรีชูไทย วงศ์บุญมี/รายงาน/นายธาระวี ไกรราชดี/น.ส.อุมาพร โพธิ์สุดตา/ข่าว/ทีมงานสื่อสุขภาวะเพื่อประชาชน กขป.เขต 7