การปาฐกถาพิเศษ เรื่อง ; ความซื่อตรง กับค่านิยมสังคมไทย โดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย องคมนตรี

* * *คำค้น สมัชชาคุณธรรม นพ.เกษม_วัฒนชัย สัปดาห์รณรงค์ความซื่อตรงของสังคมไทย* * *
Facebook
download

ใน วันที่ 22 ก.ค.55ที่โรงแรมวินเซอร์ สวิทส์ กรุงเทพ ฯ ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ร่วมกับเครือข่ายองค์กรภาคี จัดเสวนาทางวิชาการ เรื่อง "แก้วิกฤติไทย ด้วยใจซื่อตรง" ในงานสัปดาห์รณรงค์ความซื่อตรงของสังคมไทย”ภายใต้การขับเคลื่อนงานสมัชชา คุณธรรม ปี 2555
นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษ”เรื่องความซื่อตรงกับค่านิยมสังคมไทย ตอนหนึ่งว่า บอกความความของคำว่าซื่อตรง ในบ้านเราคือการประพฤติตรง ความซื่อสัตย์มีองค์ประกอบของจิตใจเข้ามาได้ นั่นคือประพฤติตรงและจริงใจ ไม่คิดคดทรยศ คดโกง แต่ถ้าซื่อสัตย์จำเป็นต้องพัฒนาจิตใจด้วย ดังนั้นบ้านเราเชื่อว่าใจเป็นใหญ่ เพราะคำว่าซื่อสัตย์และคุณธรรมจึงเป็นศูนย์รวมขององค์ประกอบทางจิตใจ ถ้าใจคิดดีก็จะออกมาในทางที่ดี หากใจคิดชั่ว ก็จะออกมาในทางที่ไม่ดี ดังนั้นสังคมต้องสร้างเครื่องตัดสินว่าสิ่งใดเป็นสิ่งที่ดีงาม ซึ่งเครื่องตัดสินคุณธรรมอยู่รอบๆ ตัวเรานั่นเอง อาทิ ศาสนาทุกศาสนา โดยทุกศาสนาสอนเรื่องความสัตย์ ความจริง ไม่มีศาสนาใดสอนให้คดโกง โกหก
อีกทั้ง ทุกศาสนายังสอนเรื่องของศักดิ์ศรีความเป็นคนด้วย โดยทั้ง 5 ศาสนา ยกย่องความเป็นคน ไม่มีการดูถูกคนในศาสนา นอกจากนี้ศาสนายังสอนให้ทุกคนมีความรักความเมตตาต่อกัน โดยเรื่องความต่างศาสนาต้องให้เสรีภาพแก่กันและกัน ซึ่งจะทำให้สังคมอยู่อย่างสันติสุขด้วย เครื่องตัดสินที่สองคือ กฎหมายเพราะกฎหมายจะเป็นเครื่องประกันของประเทศ หากทุกคนปฏิบัติอยู่ภายใต้กฎหมาย ประเทศก็จะรอด โดยเฉพาะศาลที่มีหน้าที่ตัดสินเรื่องต่างๆ ศาลเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องเคารพ ไม่ว่าศาลจะตัดสินออกมาแล้วผลเป็นที่พอใจหรือไม่ก็ตาม แต่ทุกคนต้องให้ความเคารพ เนื่องจากกฎหมายรัฐธรรมนูญออกโดยส.ส. ในรัฐสภา เมื่อออกมาแล้วรัฐธรรมนูญให้อำนาจศาลก็มีความศักดิ์สิทธิ์ เพราะฉะนั้นคำตัดสินของศาลเมื่อออกมาแล้วทุกคนต้องเชื่อฟังและเคารพ
นพ.เกษม กล่าวอีกว่า เครื่องตัดสินที่สาม คือ หลักจริยธรรม เป็นหลักกฎเกณฑ์ที่ออกโดยคนทั่วไป เพื่อให้สมาชิกในกลุ่มนั้นๆ ยอมรับและปฏิบัติตาม หากไม่มีคนในอาชีพนั้นก็จะเละเทะ ไม่เคารพและให้ความเชื่อถือในวิชาชีพนั้น จึงคิดว่าหลักจริยธรรมสำคัญมาก ไม่ต้องอาศัยรัฐสภาหรือศาสนาแต่ พวกเรากำหนดกันเอง หลักจริยธรรมถือประพฤติไปเรื่อยๆ ในที่สุดก็จะเกิดการยอมรับ สังคมไทยต้องพยายามให้ความสนใจหลักจริยธรรม และเมื่อมีแล้วก็ต้องประพฤติด้วย หลักจริยธรรมคือการปกครองตนเองของคนในอาชีพหรือในชาติ ส่วนเครื่องตัดสินที่สี่ คือ ระบบธรรมาภิบาล ที่ใช้ในองค์กรภาครัฐ หรือองค์กรเอ็นจีโอ โดยหลักดังกล่าวไม่มีอะไรที่ลึกลับ ออกมาเพื่อให้องค์กรนั้นๆ เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยมีการรับผิดชอบและรับผิดรับชอบ ที่คนในองค์กรให้ไว้ในองค์กรนั้นๆ
ส่วนเครื่องตัดสินที่ห้า คือระบบคำสอนหรือระบบคุณธรรมในครอบครัว เมื่อรุ่นปู่ ตา ย่า ยาย ปฏิบัติในสิ่งที่ทำแล้วเห็นคุณค่าก็เลยอยากจะนำหลักปฏิบัติเหล่านั้นมาสอน รุ่นลูกรุ่นหลาน เป็นเรื่องที่ใกล้ตัวมาก เพราะเป็นระบบภายในครอบครัว สังคมไทยต้องกลับมาดูว่าขณะนี้ในครอบครัวมีการนำเอาระบบคุณธรรมในครอบครัวมา สอนหรือไม่ สอนในเรื่องความดีงาม หรือสอนในเรื่องชั่วร้ายหรือไม่ เป็นสิ่งที่สำคัญมาก ส่วนเครื่องตัดสินที่หกคือ ระบบความเชื่อค่านิยมที่สำคัญสำหรับคนรุ่นใหม่ ที่มีบุคคลตัวอย่างมาเกี่ยวข้อง หากเด็กและเยาวชนดูบุคคลนั้นเป็นตัวอย่าง ต้องดูด้วยว่าบุคคลตัวอย่างเป็นคนที่ดีหรือไม่ เป็นเรื่องที่ต้องตระหนักอย่างมาก สุดท้ายนี้ มองว่า ความซื่อตรงซื่อสัตย์อยู่ในชุดคุณธรรมเดียวกัน ที่คนรุ่นปู่รุ่นยาปฏิบัติกันมา ถือเป็นคุณธรรมระบบต้น ที่ทุกคนควรปฏิบัติ ดังนั้นวันนี้ต้องหันมาดูว่าค่านิยมทางความดีในประเทศไทยเปลี่ยนแปลงไปหรือ ไม่ ซึ่งหากมีการเปลี่ยนแปลงไปเราต้องคิดว่าจะทำอย่างไร ให้ค่านิยมทางความดีกลับคืนมา เพื่อให้ประเทศเดินต่อไปได้

login to rate

ระดับความนิยม:

อัพโหลดโดย:  webmaster

วันที่:  23rd Jul 12

จำนวนผู้ฟัง:  2162

แสดงความคิดเห็น:  0

เพิ่มเป็นเสียงที่ชื่นชอบ:  0

หมวด:   สมัชชาคุณธรรม

แจ้งเสียงไม่เหมาะสม

เพิ่มเป็นเสียงที่ชื่นชอบ

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ดาวน์โหลดเสียงนี้(379 ดาวน์โหลด)


(สามารถนำโค๊ดนี้ไปแสดงที่เว็บไซต์หรือ MySpace,Friendster,Blogger ของคุณได้!)